“บอสมิน-บอสแซม” อัยการคดีพิเศษนัดส่งตัวฟ้อง คดีดิไอคอน ฉ้อโกงประชาชน-แชร์ลูกโซ่ ตามคำสั่งชี้ขาด อสส. เช้าวันที่ 26 มี.ค. 2569 ลุ้นศาลอาญาให้ประกันตัวหรือไม่

วันที่ 23 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า ในคดีที่อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดความเห็นแย้งสั่งฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือ บอสแซม, น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือ บอสมิน 2 ผู้ต้องหาในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ฯ, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจฯ และร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต ในคดีบริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป เมื่อช่วงเดือนเมษายน 2568

ล่าสุดมีรายงานว่า ภายหลังคำสั่งชี้ขาดฟ้องอัยการสูงสุด ได้ถูกส่งไปยังสำนักงานอัยการคดีพิเศษเพื่อร่างฟ้องและนัดตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 มายื่นฟ้องต่อศาลตามคำสั่งอัยการสูงสุด โดยอัยการคดีพิเศษ 1 ที่รับผิดชอบสำนวนคดี ดิไอคอน ได้ส่งหมายเรียกตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 เพื่อนัดมาพบพนักงานอัยการเพื่อนำตัวยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันที่ 26 มี.ค. 2569 ช่วงเช้า

สำหรับการนัดครั้งนี้ ถือเป็นการนัดฟังคำสั่งครั้งแรก ภายหลังอัยการสูงสุดยื่นฟ้อง ซึ่งต้องรอดูว่าภายในวันดังกล่าวผู้ต้องหาทั้ง 2 จะเดินทางมารายงานตัวต่อพนักงานอัยการ หรือจะอ้างเหตุขอเลื่อนหรือไม่

ซึ่งตามขั้นตอนหากผู้ต้องหาทั้ง 2 มารายงานตัว ทางพนักงานอัยการก็จะแจ้งคำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุด ซึ่งทางอัยการคดีพิเศษได้ร่างฟ้องไว้แล้ว และนำตัวผู้ต้องหาไปยื่นฟ้องต่อศาลอาญาในวันนั้นเลย เว้นแต่จะมีเหตุอื่นตามกฎหมายที่ไม่สามารถส่งตัวฟ้องได้

...

หากยื่นฟ้องไปแล้ว ผู้ต้องหาทั้ง 2 จะต้องยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อศาล เพื่อให้ศาลพิจารณาว่าจะอนุญาตหรือไม่ ซึ่งที่ผ่านมาจำเลยก่อนหน้านี้ที่ถูกฟ้องไป ยังไม่มีใครได้รับการปล่อยชั่วคราว

สำหรับก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2568 พนักงานคดีพิเศษยื่นฟ้อง นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล ผู้ต้องหาที่ 1 กับพวกรวม 17 คน ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรง ประกอบธุรกิจตลาดแบบตรง ดำเนินกิจการในลักษณะที่เป็นการชักชวนให้บุคคลเข้าร่วมเป็นเครือข่ายในการประกอบธุรกิจ โดยตกลงว่าจะให้ผลประโยชน์ตอบแทนจากการหาผู้เข้าร่วมเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งคำนวณจากจำนวนผู้เข้าร่วมเครือข่ายที่เพิ่มขึ้นโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย, ร่วมกันประกอบธุรกิจขายตรงโดยไม่ได้รับอนุญาต”

เหตุเกิดระหว่างวันที่ 12 ส.ค.63 ถึงวันที่ 31 ส.ค.67 ในท้องที่แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ และหลายท้องที่ทั่วราชอาณาจักรต่อเนื่องกัน คิดเป็นค่าเสียหายรวมประมาณ 649,912,290 บาท

โดยรายชื่อผู้ต้องหาทั้ง 17 คนที่ถูกฟ้องชุดแรกในครั้งนั้นประกอบด้วย บริษัท ดิไอคอนกรุ๊ป จำกัด โดยนายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล กรรมการผู้มีอำนาจ ผู้ต้องหาที่ 1, นายวรัตน์พล วรัทย์วรกุล หรือบอสพอล ผู้ต้องหาที่ 2, นายจิระวัฒน์ แสงภักดี หรือบอสแล็ป ผู้ต้องหาที่ 3, นายกลด เศรษฐนันท์ หรือบอสปีเตอร์ ผู้ต้องหาที่ 4, น.ส.ปัญจรัศม์ กนกรักษ์ธนพร หรือบอสปัน ผู้ต้องหาที่ 5, นายฐานานนท์ หิรัญไชยวรรณ หรือบอสหมอเอก ผู้ต้องหาที่ 6, น.ส.นัฐปสรณ์ ฉัตรธนสรณ์ หรือบอสสวย ผู้ต้องหาที่ 7, น.ส.ญาสิกัญจณ์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสโซดา ผู้ต้องหาที่ 8, นายนันทธรัฐ เชาวนปรีชา หรือบอสโอม ผู้ต้องหาที่ 9, นายธวิณทรภัส ภูพัฒนรินทร์ หรือบอสวิน ผู้ต้องหาที่ 10, น.ส.กนกธร ปูรณะสุคนธ์ หรือบอสแม่หญิง ผู้ต้องหาที่ 11, น.ส.เสาวภา วงษ์สาขา หรือบอสอูมมี ผู้ต้องหาที่ 12, นายเชษฐ์ณภัฏ อภิพัฒนกานต์ หรือบอสทอมมี่ ผู้ต้องหาที่ 13, นายหัสยานนท์ เอกชิสนุพงศ์ หรือบอสป๊อบ ผู้ต้องหาที่ 14, นางวิไลลักษณ์ ยาวิชัย หรือบอสจอย ผู้ต้องหาที่ 15, นายธนะโรจน์ ธิติจริยาวัชร์ หรือบอสออฟ ผู้ต้องหาที่ 16 และนายกันต์ กันตถาวร หรือบอสกันต์ ผู้ต้องหาที่ 19

ซึ่งอัยการคดีพิเศษในขณะนั้น สั่งไม่ฟ้อง นายยุรนันท์ ภมรมนตรี หรือบอสแซม ผู้ต้องหาที่ 17 และ น.ส.พีชญา วัฒนามนตรี หรือบอสมิน ผู้ต้องหาที่ 18 แย้งความเห็นพนักงานสอบสวนดีเอสไอ

กระทั่งต่อมาอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ มีเห็นแย้งในคำสั่งไม่ฟ้อง ส่งให้อัยการสูงสุดพิจารณา จากนั้นอัยการสูงสุดมีหนังสือชี้ขาดลงมาถึงอัยการคดีพิเศษลงมาเมื่อวันที่ 17 ก.พ. เห็นควรชี้ขาดตามความเห็นของอธิบดีดีเอสไอ ให้ฟ้องผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย

ความคืบหน้าจะรายงานให้ทราบต่อไป