คนขับรถสามล้อรับจ้างในกรุง มะนิลา ประเทศ ฟิลิปปินส์ ได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 5,000 เปโซ จากโครงการอุดหนุนของรัฐบาล เพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันที่พุ่งสูง
ประธานาธิบดี เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ ผู้นำแจกเงินช่วยเหลือในรอบแรก ระบุว่าเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ทุกอย่างก็ได้รับผลกระทบ รัฐบาลจึงเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยเริ่มจากคนขับรถสามล้อรับจ้างในกรุงมะนิลา เป็นเงินคนละ 5,000 เปโซ หรือราว 2,700 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเบื้องต้น
นอกจากนี้ รัฐบาลเตรียมขยายมาตรการช่วยเหลือครอบคลุมคนขับขนส่งสาธารณะทั่วประเทศ พร้อมเงินอุดหนุนค่าน้ำมัน รวมถึงช่วยเหลือเกษตรกรและชาวประมงยากจนกว่า 50,000 ราย และจัดบริการรถโดยสาร "Love Bus" ฟรีสำหรับนักเรียนและแรงงาน
นอกจากนี้ รัฐบาลยังผลักดันกฎหมายเพื่อลดภาษีน้ำมัน และปรับลดราคาพลังงานชีวภาพ รวมถึงปรับเวลาทำงานหน่วยงานรัฐเป็น 4 วันต่อสัปดาห์ เพื่อลดการใช้พลังงาน
วิกฤตพลังงานครั้งนี้มีต้นตอมาจากความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งกำลังกดดันเศรษฐกิจโลก และทำให้หลายประเทศต้องเลือกว่าจะลดการใช้พลังงานหรือแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
เอเชียถือเป็นภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนัก เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก แต่ขณะนี้เผชิญภาวะตึงเครียด
ผู้เชี่ยวชาญอย่าง เจมส์ โบเวน ระบุว่า ความผันผวนด้านพลังงานจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นลักษณะปกติ ของระบบพลังงานโลกที่ยังพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
ด้าน ปุตรา อธิกูนา จากสถาบันด้านพลังงานในอินโดนีเซีย เตือนว่า หากหลายประเทศยังรับมือวิกฤตราคาน้ำมันไม่ได้ อาจส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวในวงกว้าง
...
ขณะเดียวกัน หลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เร่งรับมือ ทั้งสำรองน้ำมัน ประหยัดพลังงาน และแข่งขันจัดหาทรัพยากร แต่ก็ต้องแลกกับความเสี่ยงที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจจะชะลอตัว.
ที่มา : Inquirer
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ