“พิพัฒน์” เผย ไม่พบผู้กักตุนน้ำมันภาคใต้ เร่งส่งดีเซลใช้ภาคขนส่ง หลังถูกขู่หยุดเดินรถ ด้าน “เลขาสภาพัฒน์ฯ” แจงรัฐปลดล็อกเกณฑ์สำรองน้ำมัน แก้ไขปัญหาหมดโควต้าน้ำมันได้แล้ว
วันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาลภายหลังการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ผู้สื่อข่าวถามถึงสถานการณ์การใช้น้ำมันดีเซลกว่า 84 ล้านลิตรต่อวัน กระทรวงพลังงานคำนวณหรือไม่ว่าจะมีปริมาณน้ำมันสำรองเพียงพอ นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ ปลัดกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ต้องจับตาดูตัวเลขที่ใช้ในเดือนมีนาคมก่อนว่ายังคงอยู่เหมือนเดิมได้หรือไม่ เนื่องจากอาจเกิดความตื่นตระหนก กักตุนช่วงแรก แต่เมื่อประชาชนได้เติมเต็มที่แล้วจำนวนการใช้อาจจะกลับมาที่เดิม จึงต้องดูว่าตัวเลข 84 ล้านลิตรต่อวันจะนิ่งหรือไม่ ต่อมาคือการเพิ่มประเภทน้ำมันดีเซล B5 B7 B20 จะทำให้การใช้ตัวดีเซลพื้นฐานลดลง ซึ่งจะทำให้ตัวเลขน้ำมันสำรองเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งตัวเลขจะปรับอย่างไรก็อยู่ในช่วงระหว่าง 90 ถึง 100 วัน
ส่วนถ้าตอนนี้มีความต้องการใช้ 84 ล้านลิตรต่อวันแต่ผลิตได้แค่วันละ 80 ล้านลิตร รัฐบาลจะมั่นใจได้อย่างไรว่าสัปดาห์นี้จะมีน้ำมันให้ประชาชนได้เติมได้นั้น นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า เดือนที่ผ่านมาเกิดภาวะการใช้มากกว่าการผลิตมาตลอดจนถึงปัจจุบัน ภาคเอกชนจึงนำน้ำมันสำรองที่เก็บไว้ออกมาใช้ ขณะเดียวกันรัฐบาลได้ผ่อนผันเปิดโอกาสให้เอกชนนำน้ำมันสำรองมากระจายให้เพิ่มขึ้นในช่วงที่มีสถานการณ์อาจใช้มากกว่าปกติ ส่วนความผิดของโรงกลั่นและพ่อค้าคนกลางที่ไม่รายงานการใช้ในแต่ละวันนั้น เป็นความผิดในโทษปรับ และโทษทางอาญา
...
ส่วนรายละเอียดภาพรวมรูปแบบการส่งน้ำมัน นั้น อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า หลักการขนส่งคือทางรถ แต่โรงกลั่นที่ติดกับแนวท่อขนส่ง เช่น ไทยออยล์จะส่งด้วยท่อประมาณ 30% รถขนส่ง 40% รถไฟราว 20% และทางเรือ 10% จะเป็นโหมดปกติในการขนส่งทั่วไป ซึ่งปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยย้ำว่า การขนส่งทางท่อส่งน้ำมันในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ไปจังหวัดขอนแก่นมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นจากเดิม 3 ถึง 3.5 ล้านลิตรต่อวัน แต่ขณะนี้เพิ่มขึ้น 5-6 ล้านลิตรต่อวัน และมีแนวโน้มที่จะสูงขึ้น
ส่วนความคืบหน้าในการหาน้ำมันสำรองนั้น อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน ระบุว่า ได้จัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งที่ไม่ใช่ตะวันออกกลาง คือประเทศแองโกลา ประเทศสหรัฐอเมริกา และส่วนที่อยู่ระหว่างขนส่งลงเรือคือจากลาตินอเมริกา
ส่วนที่การแก้ไขปัญหาน้ำมันในภาคขนส่งในภาคใต้นั้น นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุว่า จากการร้องเรียนของสมาคมโลจิสติกส์และขนส่ง ภาคใต้ รัฐบาลจะขายน้ำมันผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาได้ ส่วนการกักตุนที่มีอยู่ 8 แห่งในพื้นที่ภาคใต้นั้น นายพิพัฒน์ ชี้แจงว่า จากหน่วยเฉพาะกิจที่นายกรัฐมนตรีได้ตั้งเพื่อตรวจสอบนั้นได้มีการตรวจสอบผู้ให้บริการ และตรวจสอบถังเก็บน้ำมันซึ่งยังไม่พบนอกเหนือจากในพื้นที่อ่างทอง 3.3 แสนลิตร และการพยายามส่งน้ำมันไปประเทศเพื่อนบ้าน 20,000 ลิตร
ส่วนกรณีที่มีหลายสถานีบริการโควตาน้ำมันหมดแล้ว ต้องรอนำน้ำมันกลับมาเติมวันที่ 1 เมษายนนั้น นายดนุพร พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ฯ ระบุว่า ได้พูดคุยกับสถานีบางจากที่เป็นข่าวแล้ว ซึ่งปริมาณการขายมากกว่าการผลิต จึงทำให้โควตาน้ำมันของสถานีนั้นหมดไปแล้ว ประกอบกับยังไม่มีการผ่อนคลายการสำรองน้ำมันเพิ่ม 1.5% ซึ่งขณะนี้บริษัทบางจากแจ้งว่าสามารถส่งให้ได้ตามปกติแล้ว