“ไทยรัฐสรุปจบ” หนุ่มศัลยกรรมจมูก แพทย์พบความผิดปกติ รีบพาส่งโรงพยาบาล ก่อนพบ “ยีนแพ้ยาสลบ” โซเชียลแชร์ 14 นามสกุลแพ้ยาสลบ ก่อนนักวิชาการห่วง อาจเกิดปัญหาจริยธรรมทางการแพทย์
วางยาสลบ เพื่อศัลยกรรมจมูก
- 4 มี.ค. 69 ที่ผ่านมา นักธุรกิจหนุ่ม ไปทำจมูกและเหลาคางที่คลินิกศัลยกรรมแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ราคาประมาณ 480,000 บาท
- มีการดมยาสลบ เพื่อผ่าตัด ซึ่งก่อนทำมีหัตถการ มีการตรวจเลือดและซักประวัติ แต่ไม่พบความเสี่ยงใดๆ
- หลังทำคางเสร็จ กำลังจะเริ่มทำจมูก ผู้ป่วยเกิดภาวะผิดปกติกะทันหัน มอนิเตอร์แจ้งเตือนค่าคาร์บอนไดออกไซด์พุ่ง เหงื่อออก ตัวเย็น เลือดออกเยอะผิดปกติ ชีพจรเต้นเร็ว ไข้ขึ้นสูง
- นาทีนั้นวิสัญญีแพทย์ สังเกตเห็นความผิดปกติว่าผู้ป่วย จึงแจ้งแพทย์ และรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเร่งด่วน
- ภรรยายืนยันว่า คนไข้ไม่มีประวัติแพ้อะไร และเป็นคนที่แข็งแรงมาก

วิสัญญีแพทย์ เผยความผิดปกติ
- ด้านวิสัญญีแพทย์ เผยหลังสังเกตเห็นความผิดปกติ จากมอนิเตอร์ สันนิษฐานได้ว่า คนไข้อาจแพ้ยาสลบ หรือภาวะอื่นๆ ได้
- ซึ่งแม้ภาวะคนไข้แพ้ยาสลบ จะเจอได้น้อย แต่ก็มีความรุนแรงมาก พบได้ยากราว 1 ใน 100,000 คน ทีมผ่าตัดจึงหยุด และปิดยาที่ให้คนไข้ทั้งหมด
- วิสัญญีแพทย์เผยต่อว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia นี้เกิดจากยีนของคนไข้บางคน ที่มีความรู้สึกกับยาสลบมาก ทำให้กล้ามเนื้อสลาย และมีค่ากรดในร่างกายสูงขึ้น
- และการที่คนไข้เคยดมยาสลบในการผ่าตัดครั้งก่อนหน้ามาแล้ว ไม่ได้หมายความว่า จะปลอดภัยจากการดมยาสลบครั้งต่อไป
- นอกจากนั้น ภาวะแพ้นี้ ไม่สามารถตรวจเจอได้จากการตรวจเลือด หรือตรวจร่างกายก่อนผ่าตัด
...
แพทย์สงสัยอาจเกี่ยวกับ “ยีน” หรือ “พันธุกรรม”
- วันถัดมา แพทย์ได้แจ้งทางญาติว่า คนไข้มีภาวะไตวายเฉียบพลัน เนื่องจากมีของเสียไปอุดตันที่ท่อไต ทำให้ต้องฟอกไตด่วน พร้อมกับฉีดสีที่หัวใจ 1 ครั้ง
- ส่วนสาเหตุนั้น แพทย์สงสัยว่า อาจจะเกี่ยวกับ “ยีน” หรือพันธุกรรม ของผู้ป่วย แต่ภรรยามองว่าอาจจะไม่เกี่ยว เพราะก่อนหน้าผู้ป่วยเคยผ่านการผ่าตัดใหญ่มาแล้วหลายครั้ง
- โดยคนไข้ยังอยู่ใน ICU และแพทย์ยังรักษาตามอาการ

โรงพยาบาลที่ทำการรักษา ชี้แจงอาการ
- หลังผ่าตัดที่คลินิกศัลยกรรม ผู้ป่วยมีอาการเหงื่อออก ตัวเย็น ชีพจรเต้นเร็ว ค่าคาร์บอนไดออกไซด์สูง ตัวร้อนจัด เหนื่อยมาก จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง
- โรงพยาบาลแรกนี้เห็นว่า ผู้ป่วยมีความผิดปกติเรื่องคลื่นหัวใจ และเริ่มไม่รู้สึกตัว จึงใส่ท่อช่วยหายใจ และส่งต่อไปยังโรงพยาบาลอีกแห่งหนึ่ง เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69
- เมื่อมาถึงผู้ป่วยถูกส่งตัวเข้า ICU ในสภาพที่ไม่รู้ตัว ใส่ท่อช่วยหายใจ ไม่ตอบสนองต่อคำสั่ง ไข้สูง 39.8 องศาฯ
- แพทย์รักษาตามอาการ ล่าสุด (6 มี.ค.) แพทย์ยืนยันว่า ผู้ป่วยรู้สึกตัวแล้ว ถอดท่อหายใจแล้ว
- ตรวจร่างกายซ้ำ ความจำดีขึ้น แต่ยังจำเหตุการณ์ก่อนมาที่ รพ. นี้ไม่ได้ ความเห็นจากแพทย์คาดว่าจะใช้เวลารักษาอีก 3-4 สัปดาห์ ถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน
ร้องเรียน ปมค่ารักษากว่า 2 ล้านบาท
- เนื่องจากถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลเอกชน ทำให้ค่ารักษาพุ่งกว่า 2 ล้านบาท ซึ่งญาติกังวลในเรื่องค่ารักษา
- ทางครอบครัวจึงกังวล และไปขอความช่วยเหลือจากเพจ “สายไหมต้องรอด”
- ซึ่งทางคลินิกยืนยันว่า ยินดีรับผิดชอบดูแล ซึ่งก็มีการจ่ายค่าใช้จ่ายให้ผู้ป่วยไปแล้วกว่า 1.3 ล้านบาท และจะได้วางแผนในการดูแลต่อ

แพทย์เผย 14 นามสกุล เสี่ยง “ยีนแพ้ยาสลบ”
- แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ให้ข้อมูลว่า ภาวะ Malignant Hyperthermia สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
- ในประเทศไทยเคยมีรายงานประวัติผู้ป่วยที่เกี่ยวข้องกับบางตระกูล โดยมีการเผยแพร่รายชื่อนามสกุลที่เคยพบความเสี่ยง ได้แก่ จิวเยี่ยน, ทิพยไกรสร, เพ็ชรงาม, อินเทพ, แป้นขอม, ต๊อดแก้ว, เจริญดง, โพธิเดช, มาวงศ์, แก่นจันทร์โส, ปรางทอง, อ่อนนภา, กลมเกลี้ยง และ อุ้ยน้ำเที่ยง
- อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญแจงถึงประเด็น 14 นามสกุลเสี่ยง ว่า เป็นความจริงบางส่วน เนื่องจากมีการถ่ายทอดทางพันธุกรรมจริง
- แต่การวินิจฉัยภาวะนี้ไม่ได้ใช้ “นามสกุล” เป็นเกณฑ์ทางการแพทย์
- เนื่องจากความผิดปกติของยีนสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายครอบครัว และบุคคลทั่วไปก็อาจมีความเสี่ยงได้เช่นกัน
คนในตระกูล ทิพยไกรสร เล่าเหตุการณ์จริง
- 30 กว่าปีที่แล้ว มีคนในตระกูล เป็นซีสต์ที่หลังติ่งหู ขับรถไปผ่าตัดคนเดียว แต่สุดท้ายเสียชีวิตในห้องผ่าตัดหมอแจ้งว่าแพ้ยาสลบ
- สมัยนั้นภาวะ malignant hyperthermia ไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็ทำใจกันไป
- และแพทย์แจ้งบอกทุกคนว่า ญาติเสี่ยงมาก ถ้าผ่าตัดต้องแจ้งนะว่ามีคนในครอบครัวเสียชีวิตจากการดมยาสลบ
- มาถึงเวลาที่ตัวเองต้องผ่าตัด หมอแจ้งว่าต้องวางยาสลบ ทำให้ตัวเองแพนิก แต่แพทย์ก็แจ้งว่าจะเลี่ยงวิธีการดมยาที่เสี่ยง และจะเตรียมยาไว้ ไม่ต้องห่วง
- หลังจากนั้น แพทย์ก็แนะนำให้คนในครอบครัว ตรวจเลือด เพื่อหาคนที่มีภาวะเสี่ยง malignant hyperthermia เพื่อจะได้ไม่เสียโอกาสในการรักษา
- ปรากฏเจอภาวะนี้ จาก 4 ใน 9 คน คือมันถ่ายทอดทางพันธุกรรมจริงๆ และไม่ใช่ทุกคนจะเป็น
อ.เจษฎ์ ชี้เผย “14 นามสกุล” อาจเกิดปัญหาจริยธรรมทางการแพทย์
- รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ อาจารย์ประจำภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และนักสื่อสารวิทยาศาสตร์ เผยถึงการออกมาเปิด “14 นามสกุล” ของครอบครัวที่มีประวัติโรคบางอย่าง บนโซเชียล อาจเกิดปัญหาจริยธรรมทางการแพทย์
- เนื่องจากอาจทำให้เกิดการ “กีดกันทางพันธุกรรม (Genetic discrimination)” และ “ตราบาปทางพันธุกรรม (Genetic stigmatization)” ได้
- ซึ่งเป็นประเด็นมาแล้วกับครอบครัวที่มีโรคพันธุกรรม เช่น อุบัติการณ์แม่เลี้ยงเดี่ยวสูง, อุบัติการณ์การโรคทางจิตเวชและซึมเศร้า, การเลือกปฏิบัติ เช่น ต่อเด็กเข้าโรงเรียน หรือ รับคนเข้าทำงาน
- เรื่องนี้จึงควรที่จะ “ให้คำแนะนำทางพันธุศาสตร์ (genetic counseling)” เฉพาะกับคนในครอบครัวเองเท่านั้น ไม่ใช่เผยแพร่สู่โซเชียล
- จริยธรรมทางการแพทย์ ของประเด็นความลับของผู้ป่วยแบบนี้ เป็นเรื่องพื้นฐานของทุกประเทศทั่วโลก ไม่ใช่แค่ของต่างชาติ
- และไม่มีมนุษย์คนใดบนโลก มี perfect gene ทุกคนมียีนก่อโรคซ่อนอยู่
อ้างอิงจาก โหนกระแส, Salilathip Thippayakraisorn, Jessada Denduangboripant