"ตำรวจภูธรภาค 4" แถลงผลการจับกุมขบวนการบัญชีม้าในพื้นที่ จ.ขอนแก่น และ กาฬสินธุ์ รวบผู้ต้องหา 8 ราย รับเปิดบัญชี-ถอนเงิน เร่งสอบความเชื่อมโยงเครือข่ายจีนเทา
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 7 มี.ค. 69 ที่ศูนย์ปฏิบัติการ สืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รอง ผบช.ภ.4 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รอง ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น พ.ต.อ.ขจรฤทธิ์ วงษ์ราช รองผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ และ พ.ต.อ.นพวิทย์ ดิษฐาธนาธรสิริ ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร่วมกันแถลงข่าวผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ที่มีการจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 8 ราย
รอง ผบช.ภ.4 กล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ในครั้งนี้ เป็นการปฏิบัติการของทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น ซึ่งจับกุมผู้ต้องหา 4 คน คือ นายดิว อายุ 19 ปี นายยาว และ หญิงอายุ 20 ปี 2 คน ในข้อหา ร่วมกันเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีการดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายหรืออั้งยี่ จับกุมพร้อมของกลาง เงินสด 178,540 บาท โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง รถยนต์เก๋ง 1 คัน สมุดบัญชีเงินฝากจำนวน 1 เล่ม
...

ก่อนการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนั้น สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา ทีม Investigate Digital Channel สายงาน Financial crime ของธนาคารกรุงไทย ตรวจสอบพบว่า มีผู้เสียหายถูกหลอกโอนเงินจำนวน 120,000 บาท และต่อมาทางธนาคารตรวจสอบพบว่า มีนายดิว มาถอนเงินจำนวนดังกล่าวออกไป ธนาคารฯ จึงแจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงแจ้งมายังภาค 4 จึงได้มีการสั่งการต่อให้ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ตำรวจภูธรภาค 4 ดำเนินการสืบสวนจับกุมบุคคลที่กระทำความผิดในกรณีดังกล่าว โดยการให้ พ.ต.อ.วงศกร วันชัย ผกก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น พร้อมทีมสืบสวน ภ.จว.ขอนแก่น รีบรุดไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาเซ็นทรัลขอนแก่น เพื่อจับกุมบุคคลรายดังกล่าว
ซึ่งจากการเข้าตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่านายดิว ไม่ได้ดำเนินการเพียงลำพัง แต่ยังมีผู้ร่วมขบวนการอีก 3 คน โดยเมื่อนายดิวเบิกเงิน ตรวจนับเรียบร้อยก็ออกจากพื้นที่ธนาคาร เดินมายังหน้าลิฟต์ ซึ่งในขณะเดียวกันก็มีการแบ่งปันส่วนแบ่งของแต่ละคน ส่วนที่เหลือก็เตรียมนำเข้าบัญชี เพื่อโอนไปให้ผู้สั่งการ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัวได้ทั้งหมด 4 คน และนำตัวมาสอบสวน
จากการสอบสวนทั้ง 4 คน ให้การตรงกันว่า ดำเนินการทุกอย่างตามการสั่งการของนายเอ็ม ชาวกรุงเทพฯ โดยนายเอ็ม มีการติดต่อสื่อสารกับนายดิว ซึ่งเป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร จำนวน 2 บัญชี ทำหน้าที่รับโอนเงินและถอนเงินสดจากธนาคาร รวมเป็นเงินจำนวน 670,000 บาท โดยจะได้รับค่าจ้าง 30% จากยอดเงินที่รับโอนและถอน เมื่อหักส่วนที่เป็นค่าจ้างแล้ว นายดิวจะต้องโอนเงินส่วนที่เหลือเข้าบัญชีธนาคารนิติบุคคล หรือบัญชีม้า
ส่วนหญิงสาว 2 คนนั้น ได้รับการติดต่อจากนายเอ็ม ให้ทำหน้าที่ประกบนายดิวในขณะทำการเบิกถอนเงิน และโอนเงิน เสมือนเป็นประชาชนมาใช้บริการในธนาคารฯ แห่งนั้น โดยนั่งเครื่องบินจากดอนเมืองมายังจังหวัดขอนแก่น เพื่อทำตามที่นายเอ็มสั่งการ
ส่วนนายยาว ถูกสั่งให้ขับรถมาจาก จ.พิษณุโลก มายัง จ.ขอนแก่น เพื่อรับนายดิวและ 2 สาว ไปทำตามคำสั่งของนายเอ็ม ซึ่งภายหลังถูกจับ ทุกคนต่างยอมรับว่า นายดิวเป็นเจ้าของบัญชี และทำหน้าที่เบิกเงิน -โอนเงิน จะได้รับค่าจ้างจากยอดเงินที่โอนเข้าในบัญชี 30% ส่วนอีก 3 คน จะได้ 7% แล้วนำมาแบ่งกัน แต่ขณะแบ่งเงินกันก็ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ ในส่วนของนายเอ็มนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบชื่อนามสกุลแล้ว อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานขอศาลออกหมายจับ จับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

...
ทั้งนี้ รอง ผบช.ภ.4 ยังได้กล่าวถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้อีก 4 คน ว่ามีนางสาวเอ อายุ 23 ปี เจ้าของบัญชีม้า และทำหน้าที่ม้ากดเงิน นายคิว อายุ 24 ปี ทำหน้าที่ควบคุมฐาน หรือควบคุมการทำงาน นายฟู่ อายุ 24 ปี ทำหน้าที่ประสานงาน และนายยี่ อายุ 23 ปี ทำหน้าที่สั่งการ และประสานงาน พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด 300,000 บาท สมุดบัญชีธนาคาร ที่เป็นบัญชีม้าจำนวน 1 เล่ม โทรศัพท์มือถือจำนวน 6 เครื่อง รถยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุ จำนวน 1 คัน
ก่อนจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ สังเกตพบคนต่างถิ่นเข้ามาในพื้นที่ แล้วหาจ้างชาวบ้านเปิดบัญชีธนาคาร เพื่อรับโอนเงิน หากรับจ้างเปิดบัญชีเรียบร้อยแล้ว จะพาไปเบิกถอนเงินที่เคาน์เตอร์ธนาคาร และกดเอทีเอ็มของธนาคาร ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ โดยเสนอให้ค่าจ้างการเปิดบัญชี บัญชีละ 4,000-7,000 บาท
ต่อมาวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พบกลุ่มผู้ต้องหาขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า ยารีส สีขาว ทะเบียนขอนแก่น ถอนเงินในธนาคารออมสิน สาขาโลตัส กาฬสินธุ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงแสดงตัวขอตรวจค้นและจับกุมทั้ง 4 คนพร้อมของกลางดังกล่าว
...
จากการสอบสวน ในเบื้องต้นทราบว่า นายยี่ และนายฟู่ ไม่ใช่คนไทย ไม่มีสัญชาติไทย แต่อาศัยอยู่บนดอยทางภาคเหนือ เขียนภาษาไทยไม่ได้ แต่พูดภาษาไทยได้ ส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยึดได้ ก็พบว่ามีการสื่อสารเป็นภาษาจีน เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างให้ล่ามแปล เพื่อจะได้ทราบว่ามีการสื่อสารกับใคร พูดคุยอะไรกันบ้าง
โดยทั้ง 2 คนยอมรับว่า เดินทางมาจากภาคเหนือ มาเช่ารถและตระเวนหาชาวบ้านมารับจ้างเปิดบัญชีธนาคารตามคำสั่งของบอสใหญ่ชาวจีน โดยให้ค่าจ้างบัญชีละ 4,000-7,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเป็นสมาชิกของคณะบุคคล ซึ่งปกปิดวิธีการดำเนินการและมีความมุ่งหมาย เพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมายหรืออั้งยี่
รอง ผบช.ภ.4 กล่าวอีกว่า ในส่วนของจังหวัดกาฬสินธุ์นั้น มีคดีอาชญากรรมออนไลน์ตั้งแต่ปี 2565 ถึงปัจจุบัน จำนวน 7,077 คดี ความเสียหาย 337 ล้านบาท โดยมีธนาคารที่ถูกถอนเงินบ่อยที่สุด 5 อันดับของภาค 4 คือ ธนาคารออมสิน สาขาโลตัสกาฬสินธุ์ จำนวน 16 ครั้ง และตู้เอทีเอ็มที่ถูกกดถอนเงินบ่อยที่สุด ถี่ที่สุด 17 ครั้ง คือตู้ของธนาคารออมสิน อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ และเชื่อว่าการจับกุมบุคลต่างถิ่นที่เข้ามาทำผิดในพื้นที่ภาค 4 หรือ ตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ อาจจะเป็นเครือข่ายของกลุ่มจีนเทาที่เข้ามาหลอกคนไทยก็เป็นได้ จึงขอฝากเตือนไปยังประชาชนว่า อย่าหลงเชื่อ