“วิโรจน์” มอง DSI-ปปง. ยึดทรัพย์ ค้นบ้าน ออกหมายเรียก “ชนนพัฒน์” เสมือนปรามไม่ควรเปรี้ยวมากจนเกินไป พร้อมฝากจับตา “ตัวเบ้งสีเทา” ยังลอยนวลอีกมาก ลั่น ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมาย
วันที่ 7 มีนาคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า “จับกุมตามหน้าที่ก็ดี แต่มานึกอีกทีอาจแฝงวัตถุประสงค์ทางการเมือง?” พร้อมตั้งข้อสังเกต กรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ายึดทรัพย์ ค้นบ้าน และออกหมายเรียก นายชนนพัฒน์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม (กธ.) โดยระบุตอนหนึ่ง ว่า อาจมีวัตถุประสงค์ทางการเมืองบางประการแฝงอยู่ด้วย อาจมีเป้าหมายเพื่อข่มขู่และปราม สส. ทั้งในพรรคกล้าธรรมและพรรคอื่นๆ ว่าไม่ควรเปรี้ยวมากจนเกินไป หากผู้ใดมีแผลหรือมีร่องรอย เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินสีเทา และยังทำตัวไม่น่ารัก ก็อาจถูกดำเนินการได้ในเวลาไม่นาน
แต่ในทางกลับกัน หากผู้ใดว่านอนสอนง่าย ก็อาจยังลอยชายใช้ชีวิตอย่างสบายใจต่อไปได้ อีกทั้งพรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ลำพัง ไม่น่าจะมีศักยภาพเพียงพอที่จะดีลกับขั้วอำนาจต่างๆ เพื่อล้มรัฐบาลได้ หากสามารถสกัดพรรคกล้าธรรมได้สำเร็จ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ก็แทบไม่ต้องกังวลว่าฝ่ายค้านจะมีลูกพลิกแพลงหรือกลยุทธ์พิสดารใดๆ ที่น่ากังวลอีก
นายวิโรจน์ ระบุอีกว่า อีกเรื่องที่ต้องฝากไว้ก็คือในเรื่องคดีความต่างๆ ของทั้งนายชนนพัฒน์ และนายเบน สมิธ คงต้องว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม ตามกฎหมาย เขาทั้งสองยังมีสิทธิที่จะสู้คดี แต่ตนต้องตั้งข้อสังเกตให้สังคมฉุกคิดร่วมกันว่า แค่การกล่าวหา 2 คนนี้ มันไม่ทำให้เรื่องสแกมเมอร์ ค้ามนุษย์ไปเป็นแรงงานสแกมเมอร์ และการฟอกเงิน จบลง การกระทำอาชญากรรมเหล่านี้มันทำเป็นขบวนการ และมีผู้มีอิทธิพลอยู่เบื้องหลังเป็นจำนวนมาก สังคมต้องตามให้ทัน
...
“ไม่ใช่ว่าพอกล่าวหาเพียงแค่ 2 คนนี้ แล้วก็จบกันไป ตัวละครตัวเบ้งๆ ที่ยังคงลอยนวลทำงานเป็นขบวนการ ก่อกรรมทำเข็ญ หลอกลวงเงินประชาชน ฟอกเงินทำร้ายผู้ประกอบกิจการที่ทำธุรกิจสุจริตต่อไป ถ้าจะจับต้องจับให้สิ้นสาวให้หมด ไม่มีใครใหญ่ไปกว่ากฎหมายครับ”