อนาคตราคาตั๋วเครื่องบินจะเป็นอย่างไร  ต้นทุนการเดินทางที่สูงขึ้นจะกระทบต่อกระเป๋าเงิน นักเดินทางอย่างไร เมื่อราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงต่อเนื่อง เพราะสงครามระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลเเละอิหร่าน ยังคงดำเนินต่อไป

หลังจากเหตุการณ์ที่สหรัฐ-อิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบทั่วโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทะลุ 100 ดอลล่าร์ ต่อบาร์เรล ครั้งแรกในรอบ 4 ปี

สงครามในครั้งนี้ส่งผลอย่างมากในการดำเนินงานของสายการบินทั่วภูมิภาคตะวันออกกลาง และเที่ยวบินกว่า 50,000เที่ยวบิน ถูกยกเลิกตลอดช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา 

โรบ บริตตัน อาจารย์ภาคธุรกิจจากมหาวิทยาลัยจอร์จทาวน์ วิเคราะห์ถึงสถานการณ์ในปัจจุบันว่า ปริมาณปิโตรเลียมได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เพียงเล็กน้อย เเต่ราคาน้ำมันดิบกลับพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว 

เขาเสริมว่า ถ้าราคาน้ำมันยังคงพุ่งสูงขึ้นแบบนี้ ราคาตั๋วเครื่องบินก็จะมีราคาสูงตาม นี่เป็นคณิตศาสตร์ขั้นพื้นที่ฐานที่เข้าใจง่ายมากๆ เพราะเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ราคาตั๋วเครื่องก็เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน

ที่ผ่านมา สายการบินมักจะขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินเมื่อเกิดปัญหาด้านต้นทุน เช่น ปัญหาราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งสิ่งนี้นับว่าเป็นการผลักภาระทางต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้โดยสาร

ราคาตั๋วเครื่องบินมีผลอย่างมากต่ออุปสงค์หรือความต้องการในการเดินทาง ถ้าอัตราเงินเฟ้อหรืออัตราการว่างงานที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจไม่เดินทางในช่วงหน้าร้อนนี้ ทางสายการบินคงไม่สามารถขึ้นราคาค่าตั๋วเครื่องบินได้ ไม่ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตาม 

ราคาเชื้อเพลิงเเละน้ำมันดิบสามารถพุ่งสูงอย่างรุนเเรงเเละคาดการณ์ไม่ได้ หากราคาน้ำมันปรับเปลี่ยนเล็กน้อยก็ส่งผลต่อผลกำไรของสายการบินได้ 

...

มีรายงานเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวมักจ่ายเงินจองเที่ยวบินล่วงหน้าเป็นเวลานาน ทำให้สายการบินไม่สามารถปรับขึ้นราคาตั๋วเครื่องบินได้หลังมีปัญหาราคาต้นทุนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้สายการบินต้องหันไปลดต้นทุนในการดำเนินการด้านอื่นๆ เพื่อทดเเทนกำไรที่หายไปจากราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้น

ราคาต้นทุนน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้สายการบินต้องคิดทบทวนอีกครั้งในการดำเนินเที่ยวบินที่เคยได้กำไรเพราะราคาน้ำมันต่ำกว่าปัจจุบัน อีกทั้งนักเดินทางก็เริ่มมีตัวเลือกในการเดินทางที่ลดลง เพราะเมื่อสายการบินลดจำนวนเที่ยวบินลงก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ ราคาตั๋วเครื่องบินเพิ่มสูงขึ้น

นอกจากปัญหาราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงเเล้ว บางสายการบินยังคงเผชิญหน้ากับการระงับเที่ยวบินเพราะความขัดเเย้งในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป ทำให้สายการบินต้องเสียเงินจำนวนมหาศาลในการชดเชยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้โดยสารเเละเจ้าหน้าที่

ผู้เชี่ยวชาญยังคงกังวลว่า หากราคาน้ำมันยังคงพุ่งขึ้นต่อไปสายการบินต้นทุนต่ำอย่าง สปิริตแอร์ไลน์ส (Spirit Airline) ของสหรัฐฯ อาจเกิดปัญหาล้มละลายเเละถูกบีบให้ออกจากธุรกิจนี้ ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลกระทบทางลบต่อนักท่องเที่ยวเอง เพราะสายการบินอื่นๆ สามารถปรับเพิ่มราคาตั๋วเครื่องบินได้อย่างอิสระขึ้น เนื่องจากตลาดขาดคู่เเข่งที่ราคาถูกอย่าง สปิริตแอร์ไลน์ส ที่คอยช่วยตรึงราคาไว้

อัตราค่าตั๋วเครื่องบินขึ้นอยู่กับอุปทานหรือจำนวนของที่นั่งที่ทางสายการบินให้บริการและอุปสงค์หรือความต้องการเดินทางของผู้โดยสารซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนี้ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนักตั้งเเต่มีความขัดแย้ง

ยิ่งไปกว่านั้นราคาตั๋วเครื่องบินยังคงเปลี่ยนไปตามปัจจัยต่างๆได้หลายปัจจัย เช่นอุปสงค์เเละอุปทานในการเดินทาง, ต้นทุนในการดำเนินเที่ยวบินอย่างราคาน้ำมัน, ฤดูกาล เเละรวมไปถึงคู่แข่ง 

มีอีกหลากหลายปัจจัยที่เรายังไม่รู้เเน่ชัดที่สามารถส่งผลต่อผู้โดยสาร เช่นความขัดเเย้งในครั้งนี้จะยืดเยื้อไปนานเท่าไหร่ ก็ยิ่งส่งผลลบต่อผู้โดยสารในเเง่ของค่าใช้จ่ายในการเดินทางมากขึ้นเท่านั้น 

ท้ายที่สุดสำหรับนักเดินทางคนใดที่ต้องการเดินทางในช่วงเดือนมิถุนายนเเละกรกฎาคม เเล้วยังไม่จองตั๋วเครื่องบินนั้น นี้เป็นโอกาสดีที่คุณจะจองตั๋วที่สามารถคืนเงินได้ เพราะถ้าหากราคาตํ่วเครื่องบินปรับลดลง คุณก็สามารถยกเลิกเเละจองใหม่ได้

การฟื้นตัวของตลาดพลังงานเวลานี้จึงเป็นเรื่องท้าทายอย่างยิ่ง หลังประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้เริ่มเปิดฉากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยหากราคาน้ำมันดิบและพลังงานยังคงเพิ่มสูงขึ้น สหรัฐจะรับรู้ถึงผลกระทบทางการเงินของตนเองได้ชัดเจนในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2026.

ที่มา: CNN


อ่าน ข่าวต่างประเทศ