อยากเป็นผู้ผลิต “สุราชุมชน” ต้องไม่ลืมขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต ถ้าไม่ใช่เพื่อการค้า ผลิตได้ไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี ส่องเงื่อนไขและหลักเกณฑ์เบื้องต้น

หลัง พ.ร.บ.สุราชุมชน มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 6 มิ.ย. 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการ ปรับปรุงกฎหมายเพื่อส่งเสริมผู้ผลิตสุราชุมชนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย เพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ

ซึ่งสาระสำคัญของกฎหมายฉบับนี้ คือการ แก้ไขมาตรา 153 ของ พ.ร.บ.เดิม โดยกำหนดให้ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นไว้ในครอบครอง ต้องยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีกรมสรรพสามิต และปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ประกาศกำหนด ทั้งนี้ กฎกระทรวงที่จะตามมาจะต้อง ส่งเสริมให้กลุ่มเกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชน องค์กรเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย สามารถยื่นขอใบอนุญาตผลิตสุราเพื่อการค้าได้ โดยใช้วัตถุดิบการเกษตรในประเทศ และสุราที่ผลิตอาจมีสีหรือกลิ่นได้

“สุราชุมชน” คืออะไร

“สุราชุมชน” คือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตในระดับชุมชน มีทั้งสุราแช่ เช่น อุ สาโท และสุรากลั่น ซึ่งสุรากลั่น (distilled beverages) ประเภทสุราขาว มาจากการหมักพืชที่ให้น้ำตาล เช่น อ้อย ข้าว ข้าวโพด ผสมกับยีสต์ เมื่อยีสต์กินน้ำตาลจนหมดจะได้เป็นแอลกอฮอล์ธรรมชาติ เช่น สาโท จากนั้นนำไปกลั่นซ้ำ จนได้เป็นสุราขาวปราศจากเครื่องย้อมสีหรือสิ่งผสมปรุงแต่ง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สุราชุมชน ถูกพูดถึงแพร่หลายขึ้น ทั้งในด้านคุณภาพ รสชาติ และสตอรี่เบื้องหลัง คือ สุรากลั่นชุมชนประเภทสุราขาว หรือที่เรียกกันว่าเหล้าขาว เหล้าป่า ดังจะเห็นได้จากการจัดอีเวนต์ให้ความรู้เรื่องสุราชุมชน รวมถึงการรวมตัวของกลุ่มผู้ประกอบการ ที่พยายามจะพัฒนาสุราชุมชนให้เป็นที่รู้จัก เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ดันสุราชุมชนของไทยให้เป็นที่รู้จักของนักดื่มทั่วโลก

...

สีของสุราชุมชน อาจแบ่งตามประเภทต่างๆ ดังนี้

ขณะที่สีของสุราชุมชนที่แตกต่างกัน บ่งบอกถึงวิธีการผลิต และวัตถุดิบ ที่ท้องถิ่นนั้นๆ นำมาใช้ผลิตสุรา เช่น สีใสบริสุทธิ์ (Crystal Clear) หรือ สุราขาว (White Liquor/White Spirit) เกิดจากการกลั่น (Distillation) ที่ดึงเอาแต่แอลกอฮอล์และกลิ่นระเหยออกมา ซึ่งสุรากลั่น เป็นสุราที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในชุมชน มีลักษณะใสบริสุทธิ์หรือสีออกขาวใส ซึ่งเป็นสีตามธรรมชาติของแอลกอฮอล์ที่ผ่านการกลั่นโดยไม่ผ่านการบ่ม

สุราสี (Brown Spirit): สุราชุมชนที่ผ่านการบ่มในถังไม้โอ๊กหรือไม้ท้องถิ่น จะมีสีเหลืองทอง น้ำตาลอ่อน ไปจนถึงน้ำตาลเข้ม สะท้อนถึง “กาลเวลา” ยิ่งสีเข้มแสดงว่าบ่มนาน หรือไม้ที่ใช้ส่งผลต่อรสชาติ

สุราสมุนไพร/ดองยา: สีจะเปลี่ยนไปตามส่วนผสมที่ใช้ดอง เช่น สีน้ำตาลเข้มจากเปลือกไม้, สีแดงจากสมุนไพรบางชนิด ซึ่งให้สีสันที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น

สุราแช่ (เช่น อุ สาโท): มักมีสีออกเหลืองนวล น้ำตาลใส หรือขาวขุ่นเล็กน้อย ตามวัตถุดิบหลัก เช่น ข้าวเหนียว ข้าวหอมมะลิ

“สุราชุมชน” ที่น่าสนใจของไทย อยู่ที่ไหนกันบ้าง

ตัวอย่างสุราชุมชนของไทย

  • สังเวียน (Sangvein) สุพรรณบุรี 
  • ฃไวต์ชาร์ค (White Shark) ชลบุรี 
  • อัสดง (Assa Dong) น่าน 
  • กลุ่มประชาชื่น น่าน
  • ตำนาน ตราด 
  • เทพนม สาโท หมีด นนทบุรี
  • สยามสาโท นครราชสีมา
  • จันเป๋ง ลำพูน
  • เฮฮา สาโท สุรินทร์ 
  • Cold Cat Brewing สมุทรปราการ
  • ออนซอน (Onson) สกลนคร
  • Siam Gin กาญจนบุรี
  • แลงมาเซ (Langmaze) เชียงราย 
  • โกษาปาน (Kosapan) นนทบุรี 
  • กิโลสปิริต (Kilo Spirits) กระบี่ 
  • สบายสบ๊าย (Sabye - Sabai) 
  • ข้าวหอม (Kao Hom) ชัยภูมิ 
  • เหม๊าะ น่าน 
  • Siam Gin กาญจนบุรี
  • สาโทเมืองกรุง x Guide Brew
  • บำเรอ เชียงราย
  • NAPA สุพรรณบุรี
  • Phaicraft เชียงใหม่
  • สังเวียน (Sangvein) สุพรรณบุรี 
  • ฃไวต์ชาร์ค (White Shark) ชลบุรี 
  • อัสดง (Assa Dong) น่าน 
  • กลุ่มประชาชื่น น่าน
  • ตำนาน ตราด 
  • เทพนม สาโท หมีด นนทบุรี
  • สยามสาโท นครราชสีมา
  • จันเป๋ง ลำพูน
  • เฮฮา สาโท สุรินทร์ 
  • Cold Cat Brewing สมุทรปราการ
  • ออนซอน (Onson) สกลนคร
  • Siam Gin กาญจนบุรี
  • แลงมาเซ (Langmaze) เชียงราย 
  • โกษาปาน (Kosapan) นนทบุรี 
  • กิโลสปิริต (Kilo Spirits) กระบี่ 
  • สบายสบ๊าย (Sabye - Sabai) 
  • ข้าวหอม (Kao Hom) ชัยภูมิ 
  • เหม๊าะ น่าน 
  • Siam Gin กาญจนบุรี
  • สาโทเมืองกรุง x Guide Brew
  • บำเรอ เชียงราย
  • NAPA สุพรรณบุรี
  • Phaicraft เชียงใหม่
  • ผลิต “สุราชุมชนได้” ต้องได้รับอนุญาต

    ซึ่งแน่นอนว่า ไม่ใช่ใครก็ผลิต “สุราชุมชนได้” เพราะต้องมีการขอใบอนุญาตจากกรมสรรพสามิต ไม่ว่าจะเป็น สุราแช่, สุรากลั่นขาว, สุราสามทับ หรือสุรากลั่นที่ไม่ขาว ก็จะมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการขอใบอนุญาตที่ต่างกัน ซึ่งการขอใบอนุญาตในการผลิตเพื่อจำหน่ายนั้น ทั้งหมดต้องเป็นนิติบุคคล หรือวิสาหกิจชุมชน สถานที่ผลิต ต้องไม่อยู่ในเขตที่พักอาศัย (ต้องเป็นเขตเกษตรกรรมหรืออุตสาหกรรมตามเกณฑ์) และมีระบบบำบัดน้ำเสียที่ถูกต้อง 

    โดยสามารถดูกหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ได้ที่นี่

    แต่หากต้องการขอใบอนุญาตผลิตสุราไม่ใช่เพื่อการค้า จะมีหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่น้อยกว่า คือ เป็นบุคคลธรรมดาอายุ 20 ปี, สหกรณ์ กลุ่มเกษตรวิสาหกิจชุมชน นิติบุคคลคนไทย 100%, สถานที่ผลิตสุรามีพื้นที่เพียงพอ ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหรือเหตุเดือดร้อนรำคาญ, ไม่ใช่สถานที่ผลิตสุราของผู้ได้รับอนุญาตรายอื่น และที่สำคัญผลิตสุราเพื่อบริโภค จะทำได้ไม่เกิน 200 ลิตรต่อปี

    อ้างอิง กรมสรรรพสามิต