สรุปดราม่า "พ่อชาวจีน" เข้าแจ้งความ "โรงพยาบาลดังเชียงใหม่" หลังทำศพลูกชายวัย 1 เดือนหาย ล่าสุดแถลงการณ์ชี้แจงแล้ว


วันที่ 12 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายฟาง (Fang Peng cheng) นักธุรกิจชาวจีนในจังหวัดเชียงใหม่ นำหลักฐานเข้าลงบันทึกประจำวันที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ อ.เมืองเชียงใหม่ กรณีโรงพยาบาลชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองเชียงใหม่ทำศพของลูกชายวัย 1 เดือน หายไปจากหน่วยรักษาศพ 

ทางด้าน นายอธิพงศ์ พลชัย ทนายความ เผยว่า ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2568 ลูกชายของนายฟางซึ่งคลอดก่อนกำหนด 1 เดือนที่โรงพยาบาลเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่และมีความจำเป็นต้องผ่าตัด แต่ทางโรงพยาบาลเอกชนไม่มีความพร้อม จึงมีการส่งต่อไปยังโรงพยาบาลแห่งนี้ ปรากฏว่าหลังจากส่งตัวมาได้ไม่กี่ชั่วโมง ลูกชายได้เสียชีวิตลงในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 โดยที่ยังไม่ทันได้ผ่าตัด โดยแพทย์นิติเวชได้ชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตไปแล้วตามขั้นตอน 

แต่ผลการชันสูตรที่ออกมา ทำให้นายฟางยังคงติดใจและมีความกังขาถึงความถูกต้องของผลการชันสูตร เนื่องจากมองว่าไม่สอดคล้องกับอาการป่วยที่ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลแรก ทำให้ในวันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายฟางได้แจ้งความให้ดำเนินคดีกับแพทย์และบุคลากรที่เกี่ยวข้องในข้อหา “ประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” พร้อมเดินเรื่องขอนำศพไปชันสูตรอีกครั้งที่ภาควิชานิติเวชศาสตร์ โรงพยาบาลศิริราช โดยระหว่างติดต่อทำเรื่องกับโรงพยาบาลศิริราช ได้ฝากร่างไว้ที่โรงพยาบาลแห่งนี้

ต่อมา ทางโรงพยาบาลศิริราชตอบรับให้ส่งศพไปผ่าพิสูจน์ ในวันที่ 11 มีนาคม นายฟางจึงไปขอรับศพลูกเพื่อส่งไปที่โรงพยาบาลศิริราช แต่ปรากฏว่าไม่พบศพของลูกชาย เมื่อใช้เวลาหาศพอยู่หลายชั่วโมงก็ยังไม่เจอและไม่มีคำชี้แจงแต่อย่างใด ในช่วงค่ำจึงนำเรื่องเข้าลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้หากทางโรงพยาบาลยังหาศพไม่เจอจะดำเนินคดีในข้อหา "ทำให้เสียหาย เคลื่อนย้าย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่า หรือ ทำให้ไร้ประโยชน์ซึ่งศพ โดยไม่มีเหตุอันควร"

...

ขณะที่ ทนายความ เผยต่อว่า ข้อมูลทั้งหมดโดยเฉพาะการหาศพไม่เจอมีหลักฐานเป็นเอกสารจากทางโรงพยาบาลชัดเจน เรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นจากโรงพยาบาลใหญ่ระดับนี้ โดยหลังลงบันทึกประจำวันทางตำรวจจะทำหนังสือสอบถามไปยังโรงพยาบาล ก่อนที่จะแจ้งผลมายังผู้เสียหายอีกครั้ง

ทางด้าน พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เผยว่า ได้สั่งให้มีการสืบสวนในเรื่องนี้แล้ว โดยมีการประสานงานกับทางโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบกระบวนการรักษาและเคลื่อนย้ายศพเพื่อดูว่าศพหายไปได้อย่างไรและมาจากความประมาทเลินเล่อหรือไม่ ซึ่งกรณีการเก็บรักษาศพทางโรงพยาบาลมีบุคลากรที่รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้วซึ่งจะมีการสอบสวนผู้ที่เกี่ยวข้องตามขั้นตอน 

ล่าสุด โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้แถลงการณ์เรื่อง "ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีการรักษาและการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตทารกเพศชาย อายุ 1 เดือน" โดยระบุว่า ตามที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับกระบวนการรักษาและการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตของทารกเพศชาย อายุ 1 เดือน โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

ทารกเพศชาย อายุ 1 เดือน เป็นทารกคลอดก่อนกำหนด อายุครรภ์ 30 สัปดาห์ น้ำหนักแรกคลอด 1,014 กรัม ได้รับการส่งต่อจากโรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ มายังโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 เวลา 16.23 น. ด้วยภาวะลำไส้อุดตันบางส่วน โดยทีมแพทย์ได้ให้การรักษาตามแนวทางมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมีภาวะวิกฤตและเสียชีวิต เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 เวลา 07.12 น.

โรงพยาบาลได้ดำเนินการชันสูตรพลิกศพตามขั้นตอนโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ผลการตรวจทางพยาธิวิทยาระบุว่า สาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากภาวะหายใจล้มเหลวเฉียบพลัน (ARDS) และไม่พบการแตกทะลุของลำไส้หรือร่องรอยการอักเสบของลำไส้ตามที่มีข้อสงสัย และญาติได้รับทราบผลการชันสูตรพลิกศพและผลการตรวจทางพยาธิวิทยาแล้ว

ก่อนการชันสูตรพลิกศพและภายหลังการชันสูตรพลิกศพ ร่างผู้เสียชีวิตได้ถูกเก็บรักษาไว้ ณ หน่วยรักษาศพของโรงพยาบาลตามกระบวนการปฏิบัติงานของหน่วยงาน รอญาติมารับร่างผู้เสียชีวิตกลับ ต่อมาเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ขณะที่ญาติมาติดต่อขอรับร่างผู้เสียชีวิตเพื่อนำไปตรวจสอบเพิ่มเติม พบว่าร่างผู้เสียชีวิตไม่อยู่ในหน่วยรักษาศพ

จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น คาดว่ามีความคลาดเคลื่อนในขั้นตอนการบริหารจัดการร่างของผู้เสียชีวิตรายนี้ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยละเอียด โดยโรงพยาบาลได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ และได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ตรวจสอบกระบวนการบริหารจัดการร่างผู้เสียชีวิตรายนี้ ในส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ในส่วนงานของหน่วยรักษาศพ เพื่อดำเนินการต่อไป และได้แจ้งข้อเท็จจริงการตรวจสอบเบื้องต้นให้ญาติและคณะที่ญาติพามาทราบแล้ว ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ จะรายงานผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ พยานหลักฐานทางการแพทย์ที่สำคัญ ได้แก่ ชุดชิ้นเนื้อพยาธิวิทยา ภาพถ่ายทางพยาธิสภาพ และเวชระเบียนทางการแพทย์ ยังคงได้รับการเก็บรักษาไว้ครบถ้วน และสามารถใช้ประกอบการตรวจสอบเพิ่มเติมได้ ทางโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ได้แจ้งข้อเท็จจริงการเก็บรักษาชุดชิ้นเนื้อพยาธิวิทยา ภาพถ่ายทางพยาธิสภาพและเวชระเบียนทางการแพทย์ ให้ญาติและคณะที่ญาติพามาทราบแล้ว.