กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้เปิดเผยรายชื่อทหาร 4 นายแรกที่เสียชีวิตจากการสู้รบกับอิหร่าน หลังพบทหาร 6 นายเสียชีวิต จากเหตุโดรนอิหร่านสามารถฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าโจมตีศูนย์ปฏิบัติการทางยุทธวิธีของสหรัฐฯ บริเวณท่าเรือชูไอบา ประเทศคูเวต เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

เดิมทีมีการรายงานผู้เสียชีวิตเพียง 3 นาย แต่ในวันจันทร์ที่ผ่านมา (2 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายอดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หลังจากมีทหารทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตเพิ่ม 1 นาย และเจ้าหน้าที่กู้ร่างขึ้นมาได้จากซากปรักหักพังอีก 2 นาย นับเป็นกลุ่มทหารอเมริกันกลุ่มเดียวที่มีการยืนยันการเสียชีวิตอย่างเป็นทางการนับตั้งแต่เริ่มทำสงครามกับอิหร่าน

กองทัพได้เปิดเผยรายชื่อกำลังพลสำรอง 4 ใน 6 นาย ประกอบด้วย:

  • ร้อยเอก โคดี้ คอร์ก วัย 35 ปี จากรัฐฟลอริดา ผู้มีประสบการณ์ประจำการในซาอุดีอาระเบีย กวนตานาโม และโปแลนด์

  • จ่าสิบเอก โนอาห์ ทิตเจนส์ วัย 42 ปี จากรัฐเนแบรสกา ผู้เคยมาประจำการในคูเวตมาแล้วถึง 2 ครั้ง

  • จ่าสิบเอก นิโคล อามอร์ วัย 39 ปี จากรัฐมินนิโซตา ผู้เคยผ่านภารกิจในคูเวตและอิรัก

  • จ่าสิบเอก เดแคลน โคดี้ วัย 20 ปี จากรัฐไอโอวา ซึ่งได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนยศหลังเสียชีวิต โดยเขาเพิ่งเข้าประจำการได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

  • ร้อยเอก โคดี้ คอร์ก วัย 35 ปี จากรัฐฟลอริดา ผู้มีประสบการณ์ประจำการในซาอุดีอาระเบีย กวนตานาโม และโปแลนด์

  • ร้อยเอก โคดี้ คอร์ก วัย 35 ปี จากรัฐฟลอริดา ผู้มีประสบการณ์ประจำการในซาอุดีอาระเบีย กวนตานาโม และโปแลนด์

  • จ่าสิบเอก โนอาห์ ทิตเจนส์ วัย 42 ปี จากรัฐเนแบรสกา ผู้เคยมาประจำการในคูเวตมาแล้วถึง 2 ครั้ง

  • จ่าสิบเอก โนอาห์ ทิตเจนส์ วัย 42 ปี จากรัฐเนแบรสกา ผู้เคยมาประจำการในคูเวตมาแล้วถึง 2 ครั้ง

  • จ่าสิบเอก นิโคล อามอร์ วัย 39 ปี จากรัฐมินนิโซตา ผู้เคยผ่านภารกิจในคูเวตและอิรัก

  • จ่าสิบเอก นิโคล อามอร์ วัย 39 ปี จากรัฐมินนิโซตา ผู้เคยผ่านภารกิจในคูเวตและอิรัก

  • จ่าสิบเอก เดแคลน โคดี้ วัย 20 ปี จากรัฐไอโอวา ซึ่งได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนยศหลังเสียชีวิต โดยเขาเพิ่งเข้าประจำการได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

  • จ่าสิบเอก เดแคลน โคดี้ วัย 20 ปี จากรัฐไอโอวา ซึ่งได้รับการปูนบำเหน็จเลื่อนยศหลังเสียชีวิต โดยเขาเพิ่งเข้าประจำการได้เพียง 3 ปีเท่านั้น

    นายพีต เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่าอาวุธที่อิหร่านใช้มีอานุภาพทำลายล้างสูงและโจมตีใส่ศูนย์ปฏิบัติการที่มีการเสริมความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากกองทัพเปิดเผยกับสื่อพันธมิตรของบีบีซีว่า ทหารกลุ่มนี้ทำงานอยู่ในออฟฟิศชั่วคราวที่เป็นตู้คอนเทนเนอร์ แม้จะมีการล้อมด้วยกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 12 ฟุต แต่ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าฐานทัพดังกล่าวมีการป้องกันที่เพียงพอต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่นี้หรือไม่

    ...

    อิหร่านได้ตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ ด้วยการยิงขีปนาวุธถล่มประเทศในกลุ่มอ่าวเปอร์เซียที่เป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในบาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย โอมาน และกาตาร์ ซึ่งปัจจุบันมีทหารอเมริกันประจำการอยู่ในคูเวตมากกว่า 13,000 นาย

    นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังยืนยันเหตุการณ์เครื่องบินขับไล่ 3 ลำตกร่วงลงสู่พื้นดินในคูเวตเมื่อวันจันทร์ โดยระบุว่าเป็นอุบัติเหตุจาก "การยิงกันเอง"  ซึ่งนักบินทั้งหมดสามารถดีดตัวออกมาได้ทันและรอดชีวิต แม้สื่อทางการอิหร่านจะอ้างว่ากองทัพอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยิงเครื่องบินเหล่านี้ตกก็ตาม

    ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆ ได้เตือนว่าความขัดแย้งกับอิหร่านจะส่งผลให้ทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตมากขึ้น เนื่องจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล

    กองบัญชาการกลางของกองทัพสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารว่า อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธมากกว่า 500 ลูก และโดรนมากกว่า 2,000 ลำ ในการโจมตีตอบโต้ทั่วตะวันออกกลางจนถึงขณะนี้

    ขณะที่ความเสี่ยงต่อกองกำลังสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางถูกหยิบยกขึ้นมาในการบรรยายสรุปแบบปิดต่อสมาชิกรัฐสภาโดยนายพีท เฮกเซธ, พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วม, นายจอห์น แรตคลิฟฟ์ ผู้อำนวยการซีไอเอ และนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ.


    ที่มา BBC / Reuters