ตำรวจไซเบอร์ แถลงปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ รวบเลขาฯ นายก อบจ.เมืองปากน้ำ เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนเสียหายกว่า 3 ล้านบาท เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 มี.ค.69 ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.กานตพงศ์ ชัยรุ่งเรือง รอง ผบช.จเรตำรวจฯ ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 ร่วมกันแถลงปฏิบัติการทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ รวบเลขาฯ นายก อบจ.เมืองปากน้ำ เอี่ยวแก๊งหลอกลงทุนเสียหายกว่า 3 ล้านบาท
พล.ต.ต.ทินกร กล่าวว่า ในคดีนี้สืบเนื่องจากตำรวจ กก.2 บก.สอท.2 ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายจำนวนหลายรายผ่านระบบรับแจ้งความออนไลน์ “thaipoliceonline.go.th” ว่ากลุ่มผู้เสียหายไปพบเพจเฟซบุ๊กลงโพสต์โฆษณาสอนเทรดหุ้นฟรี จึงได้ติดต่อไปแล้วเพิ่มเพื่อนผ่านแอปพลิเคชัน LINE จากนั้นได้ถูกชักชวนให้ลงทุนเทรดหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อ จึงสมัครสมาชิกแล้วได้กดลิงก์เพื่อติดตั้งแอปพลิเคชัน “UOB Securities (TH)” ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันปลอมที่กลุ่มคนร้ายสร้างขึ้นมา เมื่อโอนเงินเข้าไป แอปดังกล่าวจะแสดงยอดเงินที่ผู้เสียหายร่วมลงทุน และได้ค่าตอบแทนเป็นผลกำไร ทำให้ผู้เสียหายเชื่อสนิทใจว่าโอนเงินแล้วได้ผลตอบแทนจริง จึงได้โอนเงินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่สุดท้ายกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้
นอกจากนี้ ผู้เสียหายบางรายยังได้พบเพจเฟซบุ๊กโฆษณาชักชวนทำงานแพ็กสินค้าออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายสนใจจึงติดต่อไปสอบถามรายละเอียด ต่อมาคนร้ายออกอุบายว่า หากต้องการทำงานแพ็กสินค้า ต้องทำกิจกรรมลงทุนเป็นเงื่อนไข เพื่อเข้าร่วมงานดังกล่าว ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ทำตามที่คนร้ายแนะนำ และโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารคนร้ายหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้จริง
...

ต่อมา พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. จึงได้สั่งการให้ดำเนินการสืบสวนกรณีดังกล่าว โดยมอบหมายให้ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ศรายุทธ จุณณวัตต์ ผบก.สอท.2 นำทีมลงพื้นที่สืบสวน โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบมีความเสียหายแล้วกว่า 3 ล้านบาท
จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลจังหวัดสมุทรปราการและศาลจังหวัดระยอง ออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิดในกลุ่มบัญชีม้าและผู้รับผลประโยชน์ รวม 23 ราย ในความผิด “เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น, เป็นผู้สนับสนุนในความผิดฐานโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหาย เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์หรือเลขหมายโทรศัพท์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดอาญาอื่นใด”
ล่าสุด เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุวัฒชัย ศรีทองสุข รอง ผบก.ตอท. พ.ต.อ.มนต์ชัย บุญเลิศ ผกก.2 บก.สอท.2 และ พ.ต.อ.ปกรณ์กิตติ์ ธนวรินทร์กุล ผกก.3 บก.สอท.2 ได้ร่วมกันสนธิกำลังร่วมกับ เจ้าหน้าที่ ปปง. เปิดปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับที่เกี่ยวข้องหลายจุดทั่วประเทศ
โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นเป้าหมายหลัก ตำรวจพร้อมเจ้าหน้าที่ ปปง. นำหมายค้นศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ ค.122-126/2569 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องและมีความเชื่อมโยงพร้อมกัน รวม 5 จุด
จุดแรกค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.6 ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ
ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลาง อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง โน้ตบุ๊ก จำนวน 4 เครื่อง เอกสารเกี่ยวกับบัญชีธนาคาร จำนวน 3 ชุด โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง สมุดเช็คธนาคาร 2 เล่ม อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล จำนวน 14 ชิ้น สร้อยคอทองคำ จำนวน 1 เส้น เอกสารคำขอเปิดบัญชีสินทรัพย์ดิจิทัล (หลายแพลตฟอร์ม) จำนวน 7 ชุด
จุดที่สองและจุดที่สาม เข้าค้นบริษัทจำนวน 2 แห่งในพื้นที่ ม. 6 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งบริษัทแรกใช้ดำเนินธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง โดยมีนายสิทธิไชย เชื้อไทย อายุ 35 ปี เป็นกรรมการบริษัท และยังมีตำแหน่งเป็นเลขานุการนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ
ส่วนอีกบริษัทใช้ประกอบกิจการซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ ซึ่งมีนายสิทธิไชยเป็นผู้ถือหุ้น ผลการตรวจค้นสามารถตรวจยึดของกลาง อาทิ รถยนต์ Porsche รุ่น Cayenne S สีขาว 1 คัน รถยนต์ Mercedes-Benz รุ่น C200 สีดำ 1 คัน
ในจุดที่สี่ค้นห้องชุดในพื้นที่ ม.1 ต.บางปูใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจค้น ไม่พบบุคคลตามหมายจับ และไม่พบสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด
จุดที่ห้าเข้าค้นห้องชุดของโครงการหรูแห่งหนึ่ง ถนนบางนา-ตราด ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สามารถจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ คือ นายสิทธิไชย ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ จ.209/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค.69 และหมายจับศาลจังหวัดระยอง ที่ จ.137/2569 ลงวันที่ 2 มี.ค.69

ในความผิดฐาน “เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมหรืออันเป็นเท็จ”
พร้อมตรวจยึดของกลาง อาทิ โน้ตบุ๊ก 1 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 5 เครื่อง ฮาร์ดดิสก์แบบพกพา จำนวน 1 เครื่อง รถยนต์ Mercedes-Benz 2 คัน และสมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 41 เล่ม
เบื้องต้นสอบสวน นายสิทธิไชย ยังให้การปฏิเสธว่าตนเองเพียงประกอบธุรกิจซื้อขายเหรียญดิจิทัลเท่านั้น ตนไม่มีความเกี่ยวข้องกับขบวนการสแกมเมอร์หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่อย่างใด อีกทั้งตนเองไม่ทราบว่าผู้ที่โอนเงินมาซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นใคร เป็นเพียงลักษณะของการซื้อมาขายไปเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากข้อมูลการสืบสวนตามพยานหลักฐาน พบว่ามีเคสไอดีในระบบรับแจ้งความออนไลน์ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวกับการหลอกลงทุนและเทรดหุ้นหลายคดีเข้าไปเกี่ยวข้อง และมีเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับบัญชีธนาคารของผู้ต้องหาทั้งรูปแบบส่วนตัวและบริษัท โดยตำรวจอยู่ระหว่างเร่งสืบสวนขยายผลและติดตามจับกุมตัวผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการต่อไป
...