เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดี โวโลดีเมียร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้แถลงที่รัฐสภาอังกฤษขณะเดินทางเยือนสหราชอาณาจักร โดยกล่าวว่า ขณะนี้มีผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันทางอากาศชาวยูเครนจำนวน 200 นาย ทำงานในตะวันออกกลางเพื่อช่วยในการสกัดโดรนของอิหร่าน.
เซเลนสกีชี้ให้เห็นว่า โดรน โดยเฉพาะโดรนโจมตีที่มีราคาต่ำ เปลี่ยนแปลงลักษณะการทำสงครามสมัยใหม่อย่างมาก โดยยกตัวอย่างว่า โดรนของอิหร่านมีราคาเฉลี่ยประมาณ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่การใช้ขีปนาวุธจากสหรัฐฯ และพันธมิตรในการสกัดโดรนเหล่านี้มีมูลค่าสูงถึงประมาณ 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ.
ยูเครนกำลังเผชิญกับการโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากรัสเซียได้เร่งการผลิตโดรน 'ชาเฮด' (Shahed) ที่ออกแบบโดยอิหร่าน. ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลเคียฟจึงจำเป็นต้องค้นหาแนวทางใหม่ในการพัฒนาระบบป้องกันทางอากาศ รวมถึงการใช้เครื่องมือสงครามอิเล็กทรอนิกส์ เฮลิคอปเตอร์ และการปรับเปลี่ยนเครื่องบินขนส่งเพื่อไล่ล่าโดรน.
เซเลนสกีเสนอว่า ยูเครนมีศักยภาพในการผลิตโดรนสกัดกั้นได้ถึง 2,000 ลำต่อวัน และสามารถจัดสรรโดรนครึ่งหนึ่งจากที่ผลิตให้แก่พันธมิตร.