“พิพัฒน์” เผยผลหารือสมาคมประมงฯ ใช้ “ดีเซล B20” แทนน้ำมันเขียว ต้นทุนถูกกว่า B7 ถึง 5 บาท ชี้ จอดเรือไม่ใช่ประท้วง แต่ขาดทุนหากออกทะเล บอก มีอะไรให้หารือรัฐ อย่าปิดถนน-ปิดแม่น้ำประท้วง
เมื่อเวลา 16.10 น. วันที่ 18 มีนาคม 2569 ภายหลังการหารือกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล นานกว่า 2 ชั่วโมง นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันนี้ได้รับการประสานจากสมาคมฯ หารือเรื่องน้ำมันที่ใช้ในกลุ่มเรือประมงในน่านน้ำไทย ซึ่งก่อนหน้านี้ในสภาวะปกติ กลุ่มเรือประมงมีการใช้ “น้ำมันเขียว” หรือน้ำมันที่ได้รับการยกเว้นภาษีสรรพสามิต ดังนั้น ราคาน้ำมันเรือประมงจะถูกกว่าราคาน้ำมันปกติประมาณ 10 บาท
แต่ในขณะนี้เมื่อมีวิกฤตอ่าวเปอร์เซีย น้ำมันดิบราคาปรับขึ้นสูง มีกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปอุดหนุน แต่ราคาที่ออกจากโรงกลั่นก็ยังสูงอยู่ โดยกลุ่มเรือประมงรับภาระส่วนนี้ไม่ไหวเนื่องจากใช้ปริมาณน้ำมันมาก จึงได้ทำหนังสือมาที่ตนในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ผอ.ศบก.)
นายพิพัฒน์ ระบุต่อไปว่า ในเบื้องต้นรัฐบาลจะนำน้ำมัน B20 มาให้สมาคมเรือประมงใช้ก่อน เพราะสามารถใช้ได้ทุกลำ ซึ่งจะได้ต้นทุนถูกกว่า B7 ถึง 5 บาท อีกทั้งในวันพรุ่งนี้ (19 มีนาคม) สมาคมประมงฯ จะไปประชุมร่วมกับนายกรัฐมนตรี ในเวลา 13.00 น. ที่อาคารรัฐสภา โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมในการหาทางออกให้กับสมาคมฯ
ส่วนมาตรการที่ออกมาจะสามารถช่วยเหลือให้ผู้ประกอบอาชีพในสมาคมประมงทำอาชีพต่อได้ปกติหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การจอดเรือไม่ใช่การประท้วง แต่คือการจอดเพราะออกไปแล้วขาดทุน ฉะนั้นตนจึงบอกว่ามีอะไรให้มาคุยกันดีกว่า เพราะการไปประท้วง เช่น การเอาเรือไปจอดจะส่งผลกระทบให้ชาวบ้านเดือดร้อน ซึ่งตนก็ไม่อยากเห็นภาพการประท้วง มีอะไรอยากให้ส่งตัวแทนมาหารือกับรัฐบาล หากจะมัวประท้วงปิดถนน ปิดแม่น้ำลำคลอง ก็จะยิ่งส่งผลกระทบและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ไม่รู้เรื่องได้.
...