กระทรวงพาณิชย์ผนึกกำลัง 8 ห้างโมเดิร์นเทรด เตรียมคิกออฟโครงการ “ไทยช่วยไทย” ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ นำทัพสินค้ากลุ่มเฮาส์แบรนด์และแบรนด์ทางเลือกกว่า 1,000 รายการ หั่นราคาสูงสุด 25-58% หวังช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้ประชาชน พร้อมชูจุดเด่นสินค้าคุณภาพเทียบเท่าแบรนด์ดังแต่ราคาถูกกว่า คาดช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้ต่อเนื่อง

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ 4 ห้างโมเดิร์นเทรด ได้แก่ แม็คโคร สาขานครอินทร์, โลตัส สาขานครอินทร์, ท็อป ซูเปอร์มาร์เก็ต สาขาเซ็นทรัล เวสต์เกต และ GO Wholesale สาขารังสิต ว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้ลงพื้นที่ตรวจสอบความพร้อมของห้างโมเดิร์นเทรดที่เข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทย” ซึ่งเป็นโครงการเร่งด่วนของกระทรวงพาณิชย์ ที่จะใช้ช่วยเหลือประชาชน ในการบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น จากต้นทุนด้านพลังงานที่ปรับเพิ่มขึ้น โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะคิกออฟโครงการวันที่ 1 เม.ย.นี้ ที่ทำเนียบรัฐบาล และเปิดจำหน่ายพร้อมกันทั่วประเทศวันที่ 1 เม.ย.นี้ ต่อเนื่องกันอย่างน้อย 2 เดือน 

...

ดึง 19 พันธมิตร หั่นราคาสินค้าเฮ้าส์แบรนด์สูงสุด 58%

สำหรับโครงการนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมมือกับพันธมิตร คือ ห้างโมเดิร์นเทรด ห้างค้าปลีกค้าส่ง และร้านสะดวกซื้อ 8 ราย รวมถึงผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค 11 ราย รวม 19 ราย นำสินค้ากลุ่มเฮาส์ แบรนด์ และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก มาจำหน่ายในราคาพิเศษ ลดราคาขาย 25-58% รวมกว่า 1,000 รายการ โดยกลุ่มสินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก ยาสีฟัน และกลุ่มสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารกระป๋อง 

ชูคุณภาพมาตรฐานเดียวกับแบรนด์ดัง แต่ราคาถูกกว่า

“เดิมทีห้าง มีสินค้าเฮาส์ แบรนด์ และแบรนด์ทางเลือก แต่ก่อนหน้านี้ อาจไม่เป็นที่นิยมของผู้บริโภค เพราะอาจจะด้วยความคุ้นเคยกับการใช้สินค้ามีแบรนด์ แต่จริงๆ แล้ว เป็นสินค้าที่ดี มีคุณภาพ มีมาตรฐาน เหมือนแบรนด์หลักทั่วไป และผู้ผลิตแบรนด์หลัก เป็นผู้ผลิตให้ แล้วมาติดแบรนด์ของห้าง ซึ่งไม่ได้มีการโฆษณา ทำให้ต้นทุนการด้านตลาดไม่มี จึงขายได้ราคาต่ำ และมาร์จิ้นสูงกว่าขายสินค้าแบรนด์หลัก และเมื่อมาเข้าร่วมโครงการ ก็สามารถลดราคาลงมาได้มาก โดยจะเริ่ม 1 เม.ย.69 ส่วนจะนานแค่ไหน ก็แล้วแต่สถานการณ์”

ตัวอย่างสินค้าราคาพิเศษที่เข้าร่วมโครงการ

  • ข้าวสารหอมมะลิ ถุง 5 กิโลกรัม ราคา 179 บาท แต่แบรนด์ทั่วไป 199 บาท
  • ปลากระป๋อง 11 บาท แบรนด์ทั่วไป 18-19 บาท
  • น้ำมันปาล์ม ขวดละ 42-45 บาท แบรนด์ทั่วไป 49-50 บาท
  • น้ำปลา แกลอน 5 ลิตร ลดสูงสุดกว่า 50% 
  • ข้าวสารหอมมะลิ ถุง 5 กิโลกรัม ราคา 179 บาท แต่แบรนด์ทั่วไป 199 บาท
  • ปลากระป๋อง 11 บาท แบรนด์ทั่วไป 18-19 บาท
  • น้ำมันปาล์ม ขวดละ 42-45 บาท แบรนด์ทั่วไป 49-50 บาท
  • น้ำปลา แกลอน 5 ลิตร ลดสูงสุดกว่า 50% 
  • โลตัส-แม็คโคร จัดเต็มลดราคาสินค้านับหมื่นรายการ

    สำหรับห้างที่เข้าร่วมโครงการ มี 8 ราย ประกอบด้วย แม็คโคร, โลตัส, ท็อปส์, บิ๊กซี, โก โฮลเซลล์, ฟู้ดแลนด์ , เดอะมอลล์ และเซเว่นอีเลฟเว่น ซึ่งทุกรายยืนยันว่า พร้อมปรับลดราคา ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.69 ทันทีที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ได้คิกออฟโครงการ อีกทั้งยังจะนำสินค้าที่จำหน่ายในห้าง มาปรับลดราคา หมุนเวียนกันไป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคด้วย 

    “มั่นใจว่าโครงการไทยช่วยไทย จะช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชนได้อย่างแน่นอน ซึ่งมีแบรนด์ต่างๆ ให้เลือกมากมาย โดยสินค้ากลุ่มเฮาส์ แบรนด์ และกลุ่มแบรนด์ทางเลือก เป็นสินค้าดี มีคุณภาพ ขอให้พิจารณาเป็นทางเลือก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น โดยประชาชนสามารถสังเกตได้จากป้ายโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่ติดบริเวณห้าง”

    ...

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สินค้าเฮาส์แบรนด์ของห้างแม็คโคร เช่น แบรนด์ ARO, Savepack, โบนัส ซึ่งแม็คโครนำสินค้าทั้งเฮาส์แบรนด์ และแบรนด์หลักมาร่วมลดราคามากกว่า 5,000 รายการ ส่วนของโลตัส เช่น คุ้มค่า, โลตัส, Savelink เป็นต้น นำสินค้ามาลดราคากว่า 10,000 รายการ

    อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม