มติเอกฉันท์ สส. เห็นพ้องหลังสงกรานต์ซื้อข้าวกินเอง หวัง สว.  ทำตามด้วย ขณะที่บางพรรคเห็นต่างปมหั่นผู้ติดตาม สส. เหลือ 3 คน  “โสภณ” เผย นายกฯ ยังไม่ประสานเรื่องแถลงนโยบายรัฐสภา



วันที่ 30 มี.ค. 2569  เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมหารือเกี่ยวกับการจัดสวัสดิการอาหารกลางวัน สส. และจัดสรรเวลาประชุมสภาฯ ช่วงวันที่ 1-2 เม.ย. มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยตัวแทนสส.แต่ละพรรคเข้าร่วมพร้อมหน้าพร้อมตา อาทิ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี  เป็นต้น 



“หมอวรงค์” หวัง สว. ซื้อข้าวกินเองเหมือนกัน


ต่อมา เวลา 15.30 น. นพ.วรงค์ ให้สัมภาษณ์ว่า จากการหารือเรื่องงบประมาณอาหารกลางวัน สส. ที่ประชุมเห็นพ้องร่วมกันทุกพรรค ที่สส.จะซื้ออาหารรับประทานเอง เริ่มหลังสงกรานต์ ส่วนข้อกังวลเรื่องการทำสัญญาจัดซื้ออาหารกลางวันที่ดำเนินการไปแล้วนั้น ทางเลขาธิการสภาฯ ยืนยันว่า สัญญานี้ได้ยกเลิกไปแล้ว รัฐไม่เสียหายและงบฯก็นำมาคืนแผ่นดินเพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนด้านอื่นๆ ต่อไป ในที่ประชุม ประธานสภาฯ ระบุว่า เมื่อมีการเปลี่ยนแปลง จะมีการนำไปคุยกับประธานวุฒิสภา เพื่อให้ดำเนินการในแบบเดียวกัน ดังนั้นจึงหวังว่า สว. ก็คงจะซื้ออาหารรับประทานเองเช่นเดียวกัน 

...


บางพรรคเห็นต่างปมหั่นผู้ติดตาม สส. เหลือ 3 คน

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุม ยังมีการหารือเรื่องการลดจำนวนผู้ติดตาม สส. จาก 8 คน เหลือ 3 คนนั้น ที่ประชุมมีความเห็นแตกต่าง ตนเป็นคนเสนอเองควรลดเหลือ 3 คน แต่มีตัวแทนบางพรรคที่เห็นว่า ยังจำเป็นต้องมี 8 คน หากสุดท้ายมีความเห็นไม่ตรงกัน ตนจะนำร่องการตั้งผู้ช่วยจำนวน 3 คน มาทำงาน เพื่อให้ดูว่าทำแล้วเป็นอย่างไรบ้าง จะนำเรื่องนี้ไปให้กมธ.กิจการสภา แต่งตั้งนักวิชาการคนนอก มาศึกษา ทั้งนี้เพื่อให้มีทางออกที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีข้อกังวลเรื่องการนำภาษีประชาชนไปจ่ายเป็นเงินบำนาญ สส. และ สว. ที่ปฏิบัติงานเพียง 1 ปี แต่ต้องดูแลไปตลอดชีวิต เรื่องนี้จะใช้กฎเกณฑ์เดียวกันเรื่องการตั้งผู้ช่วย สส. คือการตั้งคนนอกมาศึกษา ซึ่งตนมองว่าเรื่องนี้หนักหน่วงมาก จากการคำนวณพบว่าปีหนึ่ง เราสามารถเก็บเงินจากสส. และ สว. คนละ 3,500 บาท คูณ 700 คน เป็นเงิน 30 ล้านบาท แต่เรามีรายจ่ายเฉพาะเงินบำนาญที่จ่ายให้กับสส. และ สว. 1,192 คน โดยใช้งบฯ เพิ่มเติม 200 กว่าล้านบาท เฉพาะในส่วนนี้ ถ้าสส. และ สว. ที่เหลือมาแจ้งความจำนงบ้างก็จะทำให้ภาษีของประชาชนบานปลาย 



“โสภณ” เผย สส.จ่ายเงินค่าข้าวกันเองหลังสงกรานต์


ต่อมาเมื่อเวลา 15.05 น. นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้มีการหารือในประเด็นหลัก เรื่องแรกคือการจัดอาหาร สส. ในวันประชุมสภาฯ ที่ประชุมมีความเห็นตรงกันว่าสมาชิกจะจ่ายกันเอง โดยฝ่ายเลขาสภาฯ จะจัดอาหารบริการเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับสมาชิกที่ห้องอาหารเดิม แต่ต้องจ่ายเงินกันเอง จะเริ่มดำเนินการตั้งแต่หลังช่วงเทศกาลสงกรานต์ เป็นต้นไป  2.การแต่งตั้งผู้ช่วย สส. และผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ที่ประชุมมีความเห็นว่า ในยุคที่ทั่วโลกมีวิกฤตการณ์น้ำมันแพง เราจะหาวิธีการประหยัดงบฯ ได้อย่างไร เรื่องนี้เกิดจากระเบียบสภา ออกโดยกรรมการรัฐสภา (กร.) ที่ประชุมจึงมีมติให้นำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กร. วันที่ 28 เม.ย. ตนจะนัดประชุม กร. เพื่อสรุปในเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง และ 3.กองทุนผู้ที่เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา หรือเบี้ยเลี้ยงชีพ สืบเนื่องจากเรื่องนี้เป็นพ.ร.บ. และออกเป็นระเบียบโดยคณะ กมธ.กิจการสภาฯ ในอดีตที่ผ่านมา ดังนั้น เมื่อมีกมธ. กิจการสภาฯ ก็จะมอบให้ กมธ. ไปพิจารณาว่าเบี้ยเลี้ยงชีพ จะมากน้อยเพียงใด



เมื่อถามกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า สส. ลงไปซื้ออาหารรับประทานบริเวณศูนย์อาหารรัฐสภา ชั้น B2 ทำให้สิ้นเปลืองงบฯในการจัดทำอาหารไว้แล้ว นายโสภณ กล่าวว่า เกิดจากความเข้าใจผิด ผู้ที่วิจารณ์ไม่รู้ข้อมูล ภายหลังเรามีสภาฯชุดนี้ ตนให้ทำอาหารตามความเป็นจริง ประมาณ 200-300 ที่ ไม่ใช่ตัวเลข 500 ที่ ตามจำนวนสมาชิกมาคูณกับงบประมาณ บางทีเรื่องดีๆ ประชาชนอาจไม่เข้าใจ เพราะไม่รู้ ซึ่งเรายังขาดการสื่อสาร ฉะนั้นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสภาฯ ต้องชี้แจงให้ประชาชนได้รู้ ไม่ใช่จัดเต็มงบประมาณ ซึ่งการดำเนินการ จะทำให้ลดงบฯ ได้วันละ 200,000 บาท ขณะเดียวกันเรื่องเงินกองทุนยังมีการหักจากสมาชิก และอีกส่วนหนึ่งที่สมทบจากรัฐบาล 


ให้การบ้านเรื่องแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน


นายโสภณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังหารือเกี่ยวกับความสง่างามของสภาฯ ระเบียบกฎหมายที่ล้าสมัยไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ เราให้การบ้านแต่ละพรรคไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็น การแต่งกายตามนโยบายประหยัดพลังงาน ที่ตนในฐานะประธานสภาฯ อาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ให้งดเว้นการสวมสูทผูกเนคไท โดยสามารถสวมเสื้อเชิ้ตมีปก ที่ไม่ต้องเป็นคอพระราชทาน แต่ต้องเป็นผ้าไทย ขณะเดียวกันการทำงานในสภาฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชน เช่น การหารือของสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะเสนอให้เพิ่มการหารือเป็นลายลักษณ์อักษร แล้วประธานฯ จะนำมาแจ้งต่อที่ประชุมว่ามีเรื่องหารือใดบ้าง 


นายกฯ ยังไม่ประสานเรื่องแถลงนโยบายรัฐสภา


นายโสภณ ยังกล่าวถึงการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อที่ประชุมรัฐสภาว่า เมื่อมีการโปรดเกล้าฯ และเข้าเฝ้าถวายสัตย์เรียบร้อยแล้ว และมีการแจ้งกำหนดการแถลงนโยบายรัฐบาล มายังรัฐสภา สภาฯ จะแจ้งให้สมาชิกรับทราบภายใน 3 วัน แต่ขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังไม่ได้มีการประสานงานมา เนื่องจากยังไม่ทราบว่าจะมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรีเมื่อใด ยอมรับว่าเราอยากเห็นการแถลงนโยบายฯ ก่อนสงกรานต์ เนื่องจากมีวิกฤตประเทศ ก่อนช่วงสงกรานต์จึงควรมีรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มในการมาบริหารจัดการทั้ง วิกฤตเศรษฐกิจ และวิกฤตจากสงคราม


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับสวัสดิการอาหารเลี้ยง สส. ช่วงวันประชุมสภา พบว่าปัจจุบันยังไม่มีการจัดซื้อจัดจ้างหาผู้รับเหมารายใหม่ หลังจากที่ผู้ค้ารายเดิมได้หมดสัญญาลงด้วยเหตุยุบสภา เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.68 ดังนั้นการหารือกับตัวแทนพรรคการเมืองจึงต้องการสอบถามความคิดเห็นว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ขณะที่งบประมาณเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดเลี้ยงอาหารกลางวันของ สส. ในวันประชุมยังมีงบประมาณเหลืออยู่ ตามกฎหมายงบประมาณประจำปี 2569 อย่างไรก็ดีมีข้อหารือว่าหากไม่ใช้งบประมาณตามที่จัดสรร สามารถนำไปใช้ในกิจการอื่นของสภาฯ ตามภารกิจที่เกี่ยวข้องได้