กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ รายงานข้อมูลลับต่อสภาคองเกรส เผยค่าใช้จ่ายการทำสงครามกับอิหร่านเพียง 6 วันแรก สูงเกินกว่า 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.6 แสนล้านบาท ขณะที่ สส. ฝ่ายค้านรุมสับ รัฐบาลภายใต้การนำของโดนัลด์ ทรัมป์ ยังตอบไม่ได้ว่าเข้าสู่สงครามเพื่ออะไร และจะมีจุดจบอย่างไร ท่ามกลางประเด็นขีปนาวุธสหรัฐฯ ถล่มโรงเรียนประถมในอิหร่าน

หนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ รายงานอ้างอิงข้อมูลจากเจ้าหน้าที่กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอน ที่ได้เข้าชี้แจงต่อสภาคองเกรสในการประชุมปิดลับเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (10 มี.ค.) ว่างบประมาณที่ใช้ในปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่านในช่วง 6 วันแรก นับตั้งแต่เริ่มเปิดฉากโจมตีเมื่อวันที่ 28 ก.พ. อาจสูงถึง 1.13 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.6 แสนล้านบาท) ตัวเลขดังกล่าวยังเป็นเพียงค่าใช้จ่ายเบื้องต้น โดยยังไม่ได้รวมงบประมาณในการเคลื่อนพลและจัดเตรียมยุทโธปกรณ์ก่อนเกิดเหตุปะทะ ซึ่งคาดว่ามูลค่ารวมจะสูงกว่านี้อีกมหาศาล

หลังการประชุม สมาชิกรัฐสภาจากพรรคเดโมแครตหลายคนแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง โดย สว. เอลิซาเบธ วอร์เรน ระบุว่า "เราเข้าสู่สัปดาห์ที่สองของสงครามแล้ว แต่รัฐบาลทรัมป์ยังอธิบายไม่ได้ว่าเราเข้าสู่สงครามนี้ทำไม เป้าหมายคืออะไร และจะใช้วิธีไหนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น"

ขณะนี้ ฝ่ายเดโมแครตกำลังผลักดันให้มีการเปิดอภิปรายสาธารณะและเรียกตัวเจ้าหน้าที่ระดับสูงมาให้ปากคำ เนื่องจากคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะมีการขออนุมัติงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อสนับสนุนการรบในระยะยาว แม้ว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนความพยายามในการระงับสงครามผ่านมติอำนาจในการทำสงครามจะถูกปัดตกไปในทั้งสองสภาก็ตาม

ความแตกต่างของงบประมาณส่วนหนึ่งเกิดจากยุทธศาสตร์ที่ต่างกัน สหรัฐฯ พึ่งพายุทโธปกรณ์ราคาสูง ขณะที่อิหร่านเน้นใช้ "โดรนโจมตีเที่ยวเดียว" (one-way drones) ราคาประหยัดแต่สร้างความเสียหายได้อย่างรุนแรง มีรายงานว่าก่อนหน้านี้สหรัฐฯ เคยปฏิเสธข้อเสนอจากยูเครนในการช่วยพัฒนาระบบป้องกันโดรน แต่กลับต้องรีบขอความช่วยเหลือจากยูเครนทันทีเมื่อสงครามกับอิหร่านปะทุขึ้น

...

สงครามครั้งนี้ไม่เพียงแต่ผลาญงบประมาณกองทัพ แต่ยังส่งผลกระทบต่อปากท้องชาวอเมริกัน โดยทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นและดัชนีตลาดหุ้นสำคัญร่วงกราว ผลสำรวจพบว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่ไม่สนับสนุนการทำสงครามครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีทรัมป์ได้กล่าวต่อกลุ่มผู้สนับสนุนเมื่อวันพุธว่า สหรัฐฯ "ชนะแล้ว" และอ้างว่า "สงครามจบลงตั้งแต่ชั่วโมงแรก" แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะยอมรับว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อเกินหนึ่งเดือน และอาจต้องส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเข้าไปก็ตาม

นอกจากประเด็นเรื่องงบประมาณ รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเผชิญกับวิกฤตความเชื่อมั่น หลังมีรายงานว่าเพนตากอนรับทราบเป็นการภายในแล้วว่า ขีปนาวุธของสหรัฐฯ คือต้นเหตุของการโจมตีโรงเรียนประถมเด็กหญิงแห่งหนึ่งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 160 ราย ซึ่งขัดแย้งกับคำแถลงต่อสาธารณะของเจ้าหน้าที่รัฐที่ระบุว่า "อยู่ระหว่างการตรวจสอบ".


ที่มา The New York Times