สุดเศร้า พี่สาวมารับศพ "อังคณา" หลังเสียชีวิตกลางบ้าน พร้อมเผยสาเหตุการตาย ด้านสามีแจงชัดๆ ปมผ้าคลุมกล้องวงจรปิด


จากกรณีพบศพ น.ส.อังคณา อายุ 47 ปี เสียชีวิตภายในบ้านพัก บริเวณร่างกายพบบาดแผลฟกช้ำหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณหน้าอกและขาขวา ซึ่งมีรอยฟกช้ำอย่างรุนแรง ซึ่งภายในบ้านหลังดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดจำนวน 2 ตัว โดยติดตั้งบริเวณหน้าร้านและภายในบ้าน ซึ่งพบว่ากล้องวงจรปิดทั้งสองตัวถูกนำผ้ามาผูกปิดไว้บริเวณหน้ากล้อง โดยนายสงกรานต์ แฟนของผู้เสียชีวิตให้การอ้างว่า กล้องวงจรปิดเกิดการชำรุด จึงนำผ้ามาปิดไว้ดังกล่าวเหตุการณ์เกิดเมื่อช่วงเย็นของวันที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา

ล่าสุด วันที่ 12 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านที่เกิดเหตุ บริเวณ ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ซึ่งเปิดเป็นร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์พบว่าร้านเปิดให้บริการตามปกติ โดยมี นายสงกรานต์ ได้พาไปตรวจสอบบริเวณห้องนอนของ น.ส.อังคณา ก่อนที่จะเสียชีวิตพบว่าเป็นห้องนอนส่วนตัวของทั้งสองคน 

ทางด้าน นายสงกรานต์ เผยว่า เบื้องต้นได้แจ้งให้ทางพี่สาวของ น.ส.อังคณา เป็นคนดำเนินการรับศพไปบำเพ็ญกุศลที่วัดเกิดการอุดม ต.คลองสาม อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี  โดยตั้งสวดอภิธรรม ณ ศาลา 4 เนื่องจากทางตนเองไม่สามารถดำเนินการอะไรได้มากนัก ในส่วนของแผนการดำเนินชีวิต

หลังจากนี้ ยืนยันว่าจะยังคงเปิดร้านซ่อมรถต่อไปตามปกติ ส่วนความรู้สึกต่อการจากไปของแฟนนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติของการมีชีวิตที่มีเกิดก็ต้องมีการดับสลายจากกันไป ซึ่งตนเองเป็นคนทำใจได้ง่ายคิดเพียงว่าเมื่อมีคนจากไป คนที่ยังอยู่ก็ต้องสู้ชีวิตต่อไปและตนก็จะเดินหน้าทำงานซ่อมรถของตนเองต่อไป 

สำหรับประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิด ยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม ไม่ได้มีการไปแตะต้องหรือยุ่งเกี่ยวใดๆ กับทรัพย์สินของเจ้าของบ้านทั้งสิ้น ตนยังคงใช้ชีวิตและทำงานตามปกติ ไม่เคยเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับเรื่องกล้องวงจรปิดของทางบ้านแต่อย่างใด

...

ขณะที่ สำนักงานนิติเวช โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติศูนย์รังสิต ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี น.ส.รัตนา อายุ 48 ปี พี่สาวของ น.ส.อังคณา เดินทางมารับศพน้องด้วยความโศกเศร้า พร้อมติดต่อขอรับศพเพื่อนำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนา

ทางด้าน น.ส.รัตนา พี่สาวของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า วันนี้เดินทางมารับศพน้องสาวไปบำเพ็ญกุศลต่อ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตนั้นแพทย์ได้บอกว่ามาจากโรคตับแข็ง ซึ่งทางครอบครัวทราบดีถึงอาการป่วยนี้มาโดยตลอด เนื่องจากที่ผ่านมาน้องสาวมีอาการ อวัยวะภายในเสียหายไปมากแล้ว แม้ว่าทางแพทย์จะเคยเตือนไว้แล้วว่าหากกลับไปดื่มสุราอีกจะมีอันตรายถึงชีวิต แต่น้องสาวก็ยังคงกลับไปดื่มจนทำให้อาการทรุดลงและเสียชีวิตในที่สุด

ส่วนรอยฟกช้ำตามร่างกายที่ปรากฏนั้น ตนขอยืนยันว่าเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นได้เองกับสภาพร่างกายของน้องสาวในระยะหลัง ซึ่งเมื่อโดนอะไรเพียงเล็กน้อยร่างกายก็จะเกิดรอยเขียวช้ำได้ง่าย ไม่ได้เกิดจากการถูกทำร้ายแต่อย่างใด 

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลการชันสูตรอย่างเป็นทางการ ทางโรงพยาบาลจะส่งเอกสารไปยังสถานีตำรวจอีกครั้งภายใน 15 วัน ซึ่งทางครอบครัวยืนยันว่าไม่ติดใจในสาเหตุการเสียชีวิต เพราะเข้าใจในอาการป่วยที่เป็นอยู่ดี โดยน้องสาวไม่มีภาระหรือลูกหลานให้ต้องเป็นห่วง มีเพียงพี่น้อง 2 คนเท่านั้น

ในส่วนของการประกอบพิธีทางศาสนา ทางครอบครัวเตรียมเคลื่อนศพไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดเกิดการอุดม คลองสาม ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์ทั้งโรงศพและนำศพไปที่วัด โดยคาดว่าจะมีการสวดอภิธรรมศพเพียงคืนเดียวและจะจัดพิธีฌาปนกิจในวันรุ่งขึ้น (13 มีนาคม 69) เนื่องจากทางญาติแต่ละคนยังมีภาระหน้าที่การงานที่ต้องกลับไปรับผิดชอบ

ทางด้าน พ.ต.ต.พงษ์นพนนท์ รุ่งโรจน์ สว.สส.สภ.คลองหลวง กล่าวว่า เบื้องต้นจากการสอบถามทางแฟนของผู้เสียชีวิต กล่าวว่าผู้เสียชีวิตมีโรคประจำตัวเป็นโรคตับแข็ง รักษามาประมาณ 7 ปี ส่วนที่ว่าเคยมีปากเสียงกันเมื่อ 5 วันที่แล้ว เป็นเรื่องของเพื่อนของผู้เสียชีวิตมากับแฟน แล้วมากินเหล้าที่บ้านแล้วทะเลาะกันโดยผู้เสียชีวิตได้ลงมาด่า และไล่ให้กลับไปเพราะเสียงดัง 

ส่วนเรื่องกล้องวงจรปิด เมื่อก่อนพวกตนได้เช่าบ้านอยู่ ก่อนจะย้ายมาที่นี่ได้ประมาณ 2-3 เดือน โดยเจ้าของบ้านได้มีการติดกล้องวงจรปิดไว้ แล้วภรรยาตนเป็นคนขี้ร้อน ชอบนอนแก้ผ้าและเดินแก้ผ้าอยู่ภายในบ้าน จึงกลัวว่าทางเจ้าของบ้านจะเห็นจึงได้มีการถอดกล้องและเอากางเกงไปคลุมกล้องไว้ โดยแพทย์ระบุว่าบาดแผลที่เกิดจากการล้มไม่น่าจะทำให้ถึงตาย โดยคาดว่าน่าจะป่วยและเสียชีวิตเอง แต่อย่างไรก็ตามต้องรอผลตรวจจากทางแพทย์และพิสูจน์หลักฐานอย่างละเอียดอีกครั้ง.