“เท่าพิภพ” ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจ รายงานตัวสภาฯ คนสุดท้ายของ ปชน. ย้ำ แม้มาคนสุดท้ายแต่ไม่ใช่งูเห่าแน่นอน ขอบคุณทุกคะแนนเสียงชาวบางพลัด-บางกอกน้อย เลือกเข้ามาทำงาน
วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.พรรคประชาชน เข้ารายงานตัวที่สภาฯ เป็นคนสุดท้ายของพรรคประชาชน หลังจากที่เมื่อวานนี้ หัวหน้าพรรค นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ นำ สส.117 คน เข้ามารายงานตัวพร้อมกัน
โดยวันนี้นายเท่าพิภพได้ขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจคันที่ใช้หาเสียงในเขตบางพลัด บางกอกน้อย มารายงานตัวที่สภาฯ พร้อมกับโบกมือทักทายและสวัสดีสื่อมวลชนที่มารอเก็บภาพบรรยากาศการรายงานตัว สส. ที่ชั้น B1 นายเท่าพิภพ บอกว่า ตนเองมาสมัคร สส. ก็วันสุดท้าย วันนี้มารายงานตัวก็เป็นคนสุดท้ายของพรรค

หลังเข้ารายงานตัวรับบัตรประจำตัว สส. เรียบร้อย นายเท่าพิภพ ให้สัมภาษณ์ว่า เมื่อวานที่ไม่ได้มาพร้อมกับทุกคนในพรรคเพราะติดภารกิจครอบครัวแต่ได้แจ้งกับหัวหน้าพรรคไว้แล้ว และต้องขอบคุณทุกคนที่ไม่ไปลือว่าตนเองเป็นงูเห่าเพราะถ้าจะเห่าก็คงเป็นไปนานแล้ว แต่ตนเองไปสมัครก็หลังเพื่อนจะมารายงานตัวหลังเพื่อนก็คงจะไม่เป็นอะไร แต่ถึงจะมารายงานตัวเป็นคนสุดท้าย การเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ลงพื้นที่ตลอดจนเก็บข้อมูลและแก้ปัญหาของพี่น้องชาวบางพลัดบางกอกน้อยได้หลายเรื่อง
...
ส่วนการตั้งเป้าในการทำงานพื้นที่เขตบางพลัดบางกอกน้อยนายเท่าพิภพกล่าวว่าการเป็นแชมป์มันยากเสมอ เขตนี้ก็เป็นเขตใหม่สำหรับตนเอง แต่ตนเองเคยเป็น สส. ฝั่งธนบุรี มาสองสมัยครั้งนี้ก็เป็นสมัยที่สามการทำงานในพื้นที่คล้ายคลึงกัน พร้อมขอบคุณความร่วมมือจากหน่วยงานราชการสังกัด กทม. ที่เข้ามาช่วยเหลือปัญหาเพลิงไหม้ที่เกิดในพื้นที่ แม้ตนเองจะเป็น สส. จะแก้ปัญหาอะไรได้ไม่มาก แต่เรื่องเหล่านี้เป็นปัญหาระดับเมือง ในอนาคตถ้ามีผู้ว่าราชการ กทม. เป็นของพรรคประชาชน รวมถึง สก. ก็จะทำให้การประสานงานการแก้ปัญหามีความราบรื่นและสะดวก ขณะที่การเตรียมความพร้อมส่ง สก. ลงสมัครที่จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคมปีนี้ เมื่อเราได้ส้มทั้งจังหวัดแล้วพรรคเราก็มีโจทย์ว่าจะต้องชนะในระดับท้องถิ่น ซึ่งจะต้องทำให้ได้ในการวางเป้าหมายที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งรอบหน้า
ส่วนเคล็ดลับที่สามารถเอาชนะใจพี่น้องชาวบางพลัดบางกอกน้อยผ่านมาได้จนเป็น สส. ยอมรับว่าเขตนี้มีโจทย์ที่ยาก เพราะผู้สมัครคนก่อนที่มีปัญหาและเป็นข่าวเมื่อเราลงพื้นที่ไปหาเสียงก็ลงไปพร้อมกับความตั้งใจ ยอมรับว่าเป็นเรื่องยากที่จะเดินไปบอกประชาชนว่าให้เชื่อใจตนเอง เพราะดีกว่าคนก่อน แต่ตนเองพิสูจน์ด้วยการทำงานในพื้นที่เดิมคือเขตคลองสาน และหลังจากเลือกตั้งเสร็จสิ้นก็ลงพื้นที่อย่างเต็มที่ เหมือนกับตอนที่หาเสียง
