อิหร่านประกาศลั่น จะทำลายโครงสร้างพื้นฐานในตะวันออกกลางอย่างไม่อาจฟื้นคืน หากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านตามคำขู่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่ยื่นคำขาดให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชม.
เมื่อ 22 มี.ค. 2569 เจ้าหน้าที่และสื่อของรัฐบาลอิหร่านออกมาประกาศกร้าวว่า อิหร่านจะดำเนินการตอบโต้ทั่วทั้งภูมิภาค หาก โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทิ้งระเบิดโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน ตามที่ตัวเขาพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้
ความเคลื่อนไหวของอิหร่านเกิดขึ้นหลังจากเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (21 มี.ค.) ทรัมป์ยื่นคำขาดว่า เขาจะสั่งให้กองทัพทิ้งระเบิดทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่าน หากช่องแคบฮอร์มุซไม่เปิดให้เรือขนส่งผ่านได้อย่างเต็มที่ภายใน 48 ชั่วโมง
แม้เมื่อวันศุกร์ (20 มี.ค.) ประธานาธิบดีทรัมป์จะบอกว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลางเริ่มลดระดับลงแล้ว แต่คำขู่ของเขาและการตอบโต้จากอิหร่านบ่งชี้ว่า สิ่งอำนวยความสะดวกภาคพลเรือนทั่วตะวันออกกลาง อาจตกเป็นเป้าหมายการโจมตีมากขึ้นในสัปดาห์หน้า
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันอาทิตย์ว่า โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและสิ่งอำนวยความสะดวกด้านพลังงานในตะวันออกกลางอาจถูก “ทำลายอย่างไม่อาจฟื้นคืนได้” หากโรงไฟฟ้าของอิหร่านตกเป็นเป้าหมาย
นายกาลิบาฟบอกอีกว่า โครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคจะกลายเป็น “เป้าหมายที่ชอบธรรม” ทันทีหากฐานที่มั่นของอิหร่านถูกโจมตี และการตอบโต้จะส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นเป็นเวลานาน
ด้านสำนักข่าว “เมห์ร” (Mehr) สื่อกึ่งทางการของอิหร่าน เผยแพร่แผนที่โรงไฟฟ้าในอ่าวเปอร์เซียพร้อมคำเตือนว่า “เตรียมบอกลาไฟฟ้าได้เลย” หากทรัมป์ทำตามคำขู่
“ในกรณีที่มีการโจมตีเพียงเล็กน้อยต่อโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าของอิหร่าน ทั้งภูมิภาคจะตกอยู่ในความมืดมิด... โรงไฟฟ้าหลัก 70% ถึง 80% ตั้งอยู่ตามแนวชายฝั่งอ่าวเปอร์เซีย... ซึ่งทั้งหมดอยู่ในระยะการป้องปรามของอิหร่าน”
...
ทางด้านสำนักข่าว Nour news ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับสภาความมั่นคงสูงสุดแห่งชาติของอิหร่าน ระบุว่าคำขู่ของทรัมป์ไม่ใช่การแสดงความแข็งแกร่ง แต่เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนของสหรัฐฯ แม้จะมีการกล่าวอ้างเรื่องความเป็นอิสระทางพลังงานก็ตาม
Nour news เสริมอีกว่า “การยกระดับความรุนแรงใดๆ จะกระตุ้นให้เกิดการตอบโต้แบบหลายชั้นจากอิหร่าน โดยมุ่งเป้าไปที่ทรัพย์สินในภูมิภาค และก่อให้เกิดวิกฤตทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในวงกว้าง”
นอกจากนี้ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกองทัพอิหร่านยังได้แสดงท่าทีท้าทายว่า “หลักการของกองทัพเราได้เปลี่ยนจาก 'เชิงรับ' เป็น 'เชิงรุก' แล้ว และกำลังจะมีเซอร์ไพรส์ใหม่ๆ ตามมา”
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn