ตชด.ภาค 2 สกัดจับรถกระบะขนยาไอซ์ 270 กก. มูลค่า 100 ล้านบาท ผู้ต้องหารับสารภาพ อยู่ระหว่างประกันตัวชั้นศาลคดียาเสพติด เพื่อนชวนไปขับรถให้ค่าจ้าง 100,000 บาท จึงรับงาน แต่ไม่ถึงปลายทาง ส่วนเพื่อนไหวตัวลงกลางทาง ตร.รวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 4 คน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น นายพันธ์เทพ เสาโกศล รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภ.2 และ พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รอง ผบก.ตชด.ภ.2 พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตชด.ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภ.2

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุม นายไพรสันต์ หาดโคกสูง อายุ 35 ปี ชาว อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ซึ่งถูกจับพร้อมของกลางยาไอซ์ น้ำหนัก 270 กิโลกรัม รถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ผร-8969 ขอนแก่น

...



ก่อนจับกุม สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการข่าวของ บก.ตชด.ภ.2 สืบทราบว่า จะมีขบวนการค้ายาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้านร่วมกับคนไทย ลักลอบขนยาเสพติดจากพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปส่งที่จังหวัดสระบุรี แต่การขนส่งยาเสพติดครั้งนี้ กลุ่มขบวนการค้าจะไม่ใช้เส้นทางเดิม โดยจะเปลี่ยนไปใช้เส้นทาง นครพนม, หนองบัวลำภู, ขอนแก่น, ชัยภูมิ และสระบุรี

หลังทราบรายละเอียด ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภ.2 จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นวางแผนสกัดกั้นและจับกุม โดยวางกำลังไว้ตามเส้นทางดังกล่าว



กระทั่งเวลา 03.30 น. วันที่ 11 มีนาคม 2569 เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว บก.ตชด.ภ.2 พบรถยนต์กระบะ ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ผร-8969 ขอนแก่น ขับอยู่บนถนนสาย อ.สีชมพู ไป อ.ชุมแพ จึงได้สกัดรถคันดังกล่าว และแสดงตัวขอตรวจค้นรถ โดยมีนายไพรสันต์ หาดโคกสูง อายุ 35 ปี ชาว จ.ชัยภูมิ เป็นคนขับ และที่กระบะท้ายรถที่มีผ้าใบลายขาวฟ้าคลุมอยู่นั้น พบเป็นถุงสีดำ และกระสอบลาย รวม 6 กระสอบ

เมื่อเปิดกระสอบออกมา ตรวจสอบพบว่าได้บรรจุยาไอซ์ที่แพ็คหีบห่อเป็นห่อใบชา เมื่อแกะห่อออกมาพบว่าเป็นยาไอซ์ ทั้งหมด 270 ถุง ถุงละ 1 กิโลกรัม รวมน้ำหนัก 270 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวนายไพรสันต์ คนขับรถคันดังกล่าวไว้สอบสวน

จากการสอบสวน นายไพรสันต์ ยอมรับว่า เคยถูกจับในคดียาเสพติด และพ้นโทษเมื่อปี 2559 แล้วก็มาถูกจับซ้ำอีกครั้ง ครั้งนี้อยู่ระหว่างการประกันตัวในชั้นศาล ที่ศาลจังหวัดภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ หลังประกันตัวออกมาก็ทำงานรับจ้างขับรถบรรทุกส่งอ้อย ตัดอ้อย จากนั้นได้มีเพื่อนรุ่นน้องชื่อเล่นนายดิว อายุ 26 ปี มาชวนให้ไปขับรถส่งของ จากบริเวณท่าหิน บ้านท่าดอกแก้ว ต.ท่าจำปา อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปส่งที่จังหวัดสระบุรี นายจ้างจะให้ค่าจ้างคนละ 100,000 บาท

เมื่อถึงวันนัดหมายคือหัวค่ำ วันที่ 10 มีนาคม 2569 ก็มีนายส้ม อายุ 27 ปี เพื่อนรุ่นน้อง ขับรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า สีดำ ทะเบียน ผร-8969 ขอนแก่น มารับที่บ้าน เพื่อไปขนเอายาไอซ์ในจุดที่นัดหมาย เพื่อนำไปส่งที่จังหวัดสระบุรี

ตลอดเส้นทางของการเดินทาง จะมีนายดิวกับเพื่อนอีกคน ขับรถยนต์กระบะ อีซูซุ ดีแมกซ์ สีขาว ไม่ทราบทะเบียน นำหน้าและพาไปยังจุดหมายที่ท่าหิน บ้านท่าดอกแก้ว เมื่อถึงที่หมาย ก็มีชายหลายคนขนกระสอบ 6 กระสอบใส่ที่ท้ายรถกระบะ คลุมผ้าใบ แล้วตนก็ขับมาตามเส้นทางที่นายดิวพาไป พอมาถึงพื้นที่จังหวัดหนองบัวลำภู นายส้มขอลงกลางทาง เพื่อทำธุระ แล้วปล่อยให้ตนขับมาคนเดียว กระทั่งมาถูกจับได้ที่สี่แยกไฟแดง อ.ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น

พล.ต.ต.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผบก.ตชด.ภ.2 กล่าวว่า หลังผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ มีเพื่อนที่เป็นคนไทยอีก 4 คน และชายที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายคน แต่ตัวผู้ต้องหากับเพื่อนทำหน้าที่ลักลอบขนยาไอซ์จากพื้นที่ อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ไปยังจังหวัดสระบุรี โดยจะได้ค่าจ้างคนละ 100,000 บาท และเจ้าของรถคันที่ใช้ขนยาเสพติด จะได้เพิ่มอีก 100,000 บาท จึงทำให้รู้รายละเอียดว่า ผู้ต้องหาไม่ได้ทำคนเดียว

...




หลังการสอบสวนจึงส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ ดำเนินคดี ในข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน หรือยาไอซ์) โดยมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดในหมู่ประชาชนและกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ หรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป

ส่วนเพื่อนอีก 4 คนนั้น เจ้าหน้าที่ทราบชื่อ นามสกุล ที่อยู่หมดแล้ว อยู่ระหว่างพนักงานสอบสวน สภ.ชุมแพ รวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ จับกุมตัวในข้อหาเดียวกัน มาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในส่วนของยาไอซ์ที่ตรวจยึดได้ในครั้งนี้ จำนวน 270 กิโลกรัมนั้น หากส่งถึงปลายทางได้สำเร็จจะมีมูลค่า 100 ล้านบาท

...