ผู้ว่าฯ เผยสถานการณ์น้ำดิบในภูเก็ตใช้ได้เพียง 100 วัน ด้านอุตุฯ ภาคใต้ฝั่งตะวันตก คาดการณ์ฝนจะเริ่มตก 20 เม.ย. ช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 1 พ.ค.
วันที่ 23 มี.ค. 69 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานการประชุมติดตามสถานการณ์น้ำและหารือแนวทางบริหารจัดการน้ำประปา เพื่อรองรับช่วงหน้าแล้ง ณ ห้องประชุมการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยมี นายณรงค์ อ่อนอินทร์ หัวหน้าสำนักงานจังหวัดภูเก็ต นางนุชนภา พิณทอง ผู้จัดการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต นายวิโรจน์ ลิ่วเจริญทรัพย์ ผู้อำนวยการศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก ชลประทานจังหวัดภูเก็ต สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วม

ที่ประชุมระบุว่า จังหวัดภูเก็ตมีข้อจำกัดด้านแหล่งน้ำ เนื่องจากเป็นพื้นที่เกาะและมีภูเขาสูงชัน ทำให้การกักเก็บน้ำตามธรรมชาติมีจำกัด น้ำฝนส่วนใหญ่ไหลลงทะเลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ฤดูฝนเกิดน้ำหลาก ขณะที่ฤดูแล้งเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ ประกอบกับการเติบโตของภาคการท่องเที่ยวและการก่อสร้าง ส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
...

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันจังหวัดภูเก็ตยังสามารถบริหารจัดการน้ำได้ โดยมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้ง 3 แห่ง รวมประมาณ 12 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 52% สามารถรองรับการใช้น้ำได้ราว 100 วัน หรือถึงช่วงปลายเดือนมิถุนายนในกรณีไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ทั้งนี้ สถานการณ์มีแนวโน้มดีขึ้น เนื่องจากคาดว่าจะมีฝนตกเข้ามาเติมน้ำในระบบอย่างแน่นอนตามฤดูกาล
ด้านศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันตก คาดการณ์ว่าฝนจะเริ่มตกในช่วงประมาณวันที่ 20 เมษายน และอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันที่ 1 พฤษภาคม ซึ่งจะช่วยเติมปริมาณน้ำเข้าสู่แหล่งกักเก็บและระบบผลิตน้ำประปา ทำให้สถานการณ์น้ำโดยรวมคลี่คลายลงได้ตามลำดับ
ในส่วนของการผลิตน้ำประปา ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาคสาขาภูเก็ต ผลิตอยู่ที่ประมาณ 126,720 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จากสถานีผลิตน้ำรวม 8 แห่ง

นอกจากนี้ ยังมีการเสริมปริมาณน้ำเพื่อเพิ่มความมั่นคงของระบบ โดยสามารถรับน้ำจากชลประทานได้ประมาณ 100,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ควบคู่กับการจัดซื้อน้ำจากภาคเอกชน รวมถึงการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน เพื่อเพิ่มแหล่งน้ำสำรองและรองรับความต้องการใช้น้ำในช่วงหน้าแล้งได้อย่างเพียงพอ
ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานจัดทำฐานข้อมูลด้านน้ำแบบบูรณาการ เพื่อใช้ติดตามและบริหารจัดการสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสำรวจและรวบรวมข้อมูลกำลังการผลิตน้ำในพื้นที่ รวมถึงแหล่งน้ำจากภาคเอกชน เพื่อเสริมศักยภาพการบริหารจัดการ

ขณะเดียวกัน สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดภูเก็ต ได้เตรียมแผนรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยสำรวจแหล่งน้ำสำรอง ทั้งบ่อน้ำบาดาลและบ่อน้ำตื้น จำนวนกว่า 2,647 แห่ง เพื่อรองรับกรณีวิกฤตน้ำ
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามความก้าวหน้าโครงการสำคัญ เช่น โครงการขยายระบบประปาพังงา–ภูเก็ต และการศึกษานำน้ำจากเขื่อนรัชชประภา เพื่อเพิ่มความมั่นคงด้านน้ำในระยะยาว พร้อมหารือร่วมกับภาคเอกชน เพื่อวางแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำอย่างยั่งยืนต่อไป.
...