“วิโรจน์” แนะรัฐบาลกล้าหาญเผชิญหน้าการวิจารณ์ มอง ไม่ใช่บริหารผิดพลาด แต่เกิดจากภาวะสงคราม เตือน กองทุนน้ำมันฯ อุ้มไปเรื่อยๆ หวั่นซ้ำรอย “ต้มยำกุ้ง” ชี้ ยิ่งตรึงราคา ยิ่งกักตุนเก็งกำไร


วันที่ 18 มีนาคม 2569 นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงวิกฤตน้ำมัน ว่า เราอย่าเพิ่งไปโทษรัฐบาล เพราะไม่ได้มาจากการบริหารผิดพลาด แต่เกิดจากภาวะสงคราม อิหร่าน สหรัฐอเมริกา และอิสราเอล สิ่งที่ต้องเร่งทำคือรัฐบาลต้องกล้าหาญเผชิญหน้าการวิจารณ์ และบอกความจริงประชาชน เรื่องนี้น่ากลัวมากหากรัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ไม่บอกความจริง และไม่รายงานสถานะของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 

เมื่อถามถึงกรณีที่เมื่อวานนี้ (17 มีนาคม) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาพูดเรื่องการคุมค่าใช้จ่าย เป็นไปได้หรือไม่ ว่า รัฐบาลกลัวผลกระทบจากการวิจารณ์ก็เลยต้องแบกไว้แบบนี้ ซึ่งปัญหานี้เกิดจากสงคราม แต่ประเทศไทยต้องรับผลกระทบแน่นอน เพราะน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ที่เราใช้ 57% มาจากช่องแคบฮอร์มุซ และอีก 42% มาจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งล้วนเป็นเป้าหมายในภาวะสงครามทั้งสิ้น   

“การเอาเงินกองทุนฯ ไปอุดไว้เรื่อยๆ โดยไม่บอกความจริง จะคล้ายกับวิกฤตต้มยำกุ้งแล้วนะ ที่ตอนนั้นเราพยายามเอาเงินสำรองไปอุ้มค่าเงินให้อยู่ที่ 25 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ สุดท้ายพออุ้มไม่อยู่ ค่าเงินก็ถูกปล่อยลอยตัวตามยถากรรม ในกรณีนี้ก็เช่นกัน หากอุ้มไม่ไหวราคาดีเซลจะกระชากตัวขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้เกิดเงินเฟ้อเฉียบพลัน ซึ่งจะลากยาวและสร้างความทุกข์ยากให้ประชาชน” 

ขณะเดียวกัน นายวิโรจน์ ย้ำว่าไม่เห็นด้วยที่ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ประกาศว่า จะตรึงราคาดีเซลไม่ให้เกิน 33 บาทต่อลิตร เพราะทุกคนทราบดีว่าราคาที่แท้จริงคือประมาณ 50 บาท ถ้ากองทุนน้ำมันฯ อุ้มไว้ถึง 20 บาท และประกาศชัดเจนว่าจะตรึงราคาตายตัว คนก็จะยิ่งกักตุนน้ำมันเพื่อเก็งกำไรจากส่วนต่างนี้ เพราะรู้ว่าแนวโน้มราคาน้ำมันจะยิ่งสูงขึ้น 

...

ดังนั้น รัฐบาลไม่ควรประกาศว่าจะตรึงราคาตายตัว แต่ควรบอกว่าจะใช้กองทุนน้ำมันฯ ประคับประคองให้การปรับขึ้นราคาเป็นไปแบบค่อยเป็นค่อยไป เมื่อของแพงขึ้นสะท้อนความเป็นจริง คนก็จะปรับพฤติกรรมการใช้น้ำมันลดลง และรัฐบาลอาจจะเสริมด้วยมาตรการต่างๆ เช่น ให้สิทธิหย่อนภาษีแก่บริษัทที่มีมาตรการ Work From Home เพื่อจูงใจให้ช่วยกันลดปริมาณการใช้น้ำมันของประเทศลง รัฐบาลต้องเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตช่วงโควิด-19 แล้วเราจะฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

“ผมพูดตรงๆ นะ นี่ไม่ใช่เวลาที่รัฐบาลจะออกมาบอกว่าเอาอยู่ ผมไม่ได้ตำหนิ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยในยุคนี้ แต่คุณอนุทินต้องมีบทเรียน กรณีที่คุณอนุทินเคยบอกว่าโควิดกระจอกบ้าง หรือวัคซีนเต็มแขน แล้วสุดท้ายมันเกิดปัญหา”