ชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาประสบปัญหาหนักหน่วงอีกครั้ง เมื่อพายุทรายลูกใหญ่พัดถล่มพื้นที่ ทำให้ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็นสีส้มและทัศนวิสัยย่ำแย่ ส่งผลกระทบต่อผู้พลัดถิ่นกว่า 2 ล้านคนที่ต้องอาศัยในเต็นท์อย่างไร้ที่พึ่ง.

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา (14 มี.ค.) เกิดพายุทรายที่รุนแรง ส่งผลให้สภาพอากาศเลวร้าย หน่วยกู้ภัยจากกระทรวงมหาดไทยที่บริหารงานโดยกลุ่มฮามาส ได้ออกประกาศเตือนให้ประชาชนปรับโครงสร้างเต็นท์ให้มั่นคงเพื่อรับมือกับแรงลม.

สถานการณ์นี้ซ้ำเติมความยากลำบากของผู้พลัดถิ่นที่ต้องอาศัยอยู่ในเต็นท์หรือซากอาคารที่พังเสียหาย ซึ่งไม่สามารถป้องกันพวกเขาจากสภาพอากาศที่ไม่อำนวยได้.

อาลี ชูรับ ชาวปาเลสไตน์จากราฟาห์ ที่ตอนนี้อาศัยอยู่ในค่ายพักแรมในเมืองข่าน ยูนิส เผยว่า "การอยู่ในเต็นท์มันคือความอัปยศอดสู เรากำลังจะขาดใจตายจากความอึดอัดและความลำบาก".

นอกจากภัยธรรมชาติแล้ว ยังมีรายงานว่าการโจมตีจากฝ่ายอิสราเอลในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีกอย่างน้อย 6 ราย รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจและพลเรือนในเมืองข่าน ยูนิส.

แม้จะมีการประกาศหยุดยิงเมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา สถานการณ์ความรุนแรงในดินแดนปาเลสไตน์ยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง.