Isuzu ประเมินสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง และสภาพเศรษฐกิจไทยที่ยังรอปัจจัยบวกมาหนุน อาจทำให้ประชาชนชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไปก่อน

มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ  บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด หรือ Isuzu กล่าวว่า สถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ตอนนี้ภาพรวมยังประเมินได้ยาก ยิ่งสถานการณ์ยืดเยื้อก็จะยิ่งส่งผลเสีย และไม่รู้ว่าจะสิ้นสุดเมื่อไร เราก็อยากจะให้คลี่คลายโดยเร็ว 

อย่างไรก็ตามสถานการณ์นี้ส่งผลให้ลูกค้าบางส่วนในต่างจังหวัดเริ่มชะลอการตัดสินใจซื้อรถออกไปก่อน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องสถานการณ์น้ำมันขาดแคลน แต่หากมองในแง่ดี ในภาวะที่น้ำมันมีความไม่แน่นอนเช่นนี้ จุดแข็งของอีซูซุ คือ รถที่ประหยัดน้ำมัน ซึ่งเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดให้กับลูกค้า

ทั้งนี้เรื่องของสงครามนั้น ไม่ได้ส่งผลต่อการผลิตในไทย แต่มีผลกระทบด้านการขาย ลูกค้าอาจชะลอการตัดสินใจซื้อตามที่ได้อธิบายไว้ ส่วนเรื่องความต้องการรถ EV จะมากขึ้นหรือไม่นั้น ณ ตอนนี้ อาจจะไม่ใช่คำตอบที่จะสรุปได้โดยง่าย เพราะสถานการณ์
การขาดแคลนน้ำมันกระทบทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน

...


 

ขณะเดียวกันราคาไฟฟ้าก็สูงขึ้นด้วย ต้องพิจารณาหลาย ๆ ปัจจัยประกอบ อีกทั้งประเทศต่าง ๆ รวมทั้งประเทศไทยด้วย ก็ได้มีการรณรงค์ให้ประหยัดพลังงาน ปัญหาพลังงานนี้จึงเป็นเรื่องที่กระทบกับวงการพลังงานทั้งหมดทั่วโลก 

มร. ฮิโรยาสุ กล่าวว่า ส่วนของไลน์การผลิตรถอีซูซุในไทยนั้น หรือไม่ สงครามที่เกิดขึ้นยังไม่ส่งผลกระทบกับอีซูซุ แต่ในส่วนของการส่งออกนั้น อาจจะได้รับผลกระทบอยู่บ้าง ขอย้ำว่า ยังไม่สามารถประเมินตัวเลขผลกระทบที่ชัดเจนได้ เพราะไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยืดเยื้อแค่ไหน รวมถึงความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ล้วนมีผลต่อการประเมินตัวเลขของอีซูซุในอนาคต อย่างไรก็ตาม ได้เตรียมความพร้อมเสมอที่จะส่งออกไปยังกลุ่มประเทศในตะวันออกกลาง เพราะตลาดตะวันออกกลางเป็นตลาดสำคัญ

สำหรับสถานการณ์ตลาดรถยนต์โดยรวม และตลาดรถปิกอัพในปี 2569 เบื้องต้น คาดการณ์ตลาดรถยนต์รวมในไทย ประมาณ 640,000 คัน ตลาดรถปิกอัพรวมทุกยี่ห้อประมาณ 151,000 คัน ยอดจำหน่ายของอีซูซุ รวมทุกประเภท 77,500 คัน (เป็นรถปิกอัพประมาณ 54,000 คัน) ซึ่งตัวเลขดังกล่าวทั้งหมด เป็นการคาดการณ์ก่อนเกิดสงครามตะวันออกกลาง ดังนั้น อาจต้องมีการปรับตัวเลขใหม่อีกครั้งตามสถานการณ์จริงอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม หากหันมาพิจารณาถึงปัจจัยภาวะสงคราม รัฐบาลควรช่วยกระตุ้นอุตสาหกรรมเพื่อทำให้อุตสาหกรรมรถยนต์ไทยดีขึ้น ใน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ 

เรื่องไฟแนนซ์: การพิจารณาสินเชื่อที่ผ่านมามีความเข้มงวดมาก คาดหวังว่าถ้า บริษัทไฟแนนซ์จะเริ่มผ่อนคลายมาตรการลง จะทำให้สถานการณ์ตลาดปิกอัพดีขึ้นได้

การส่งออกและภาคการเกษตร: ปีที่แล้วมีปัญหาการตอบโต้ภาษีของทรัมป์ หลังจากที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว อุตสาหกรรมนี้ก็น่าจะดีขึ้น อีซูซุต้องดูปัจจัยนี้ประกอบด้วย

นโยบายรัฐบาล: ความคาดหวังต่อนโยบายของรัฐบาล หลังจากการเลือกตั้งได้จบลง ก็อยากให้รัฐบาลใหม่มีเสถียรภาพทางการเมืองที่มั่นคง ดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น ให้ความสำคัญกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม เราได้คาดการณ์ว่าครึ่งหลังของเศรษฐกิจปีนี้น่าจะดีขึ้น แต่เกิดปัญหาสงครามตะวันออกกลางขึ้นก่อน ซึ่งไม่รู้จะส่งผลอย่างไรตามมา เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

"กลยุทธ์ของเราคือการเน้นสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ ให้ลูกค้าไว้วางใจเลือกใช้รถที่ประหยัดน้ำมัน เน้นมาตรฐานการดูแลรักษารถ และให้การบริการหลังการขายที่ดี และตอกย้ำว่าอีซูซุเป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยและสังคมไทยทุกสถานการณ์ต่อไป ตามแนวคิด  Isuzu Trusted Buddy รวมถึงหากมีการผ่อนคลายด้านความเข้มงวดของมาตรการไฟแนนซ์ เราก็คาดหวังว่าตลาดรถปิกอัพก็น่าจะดีขึ้นตาม"