"บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง" ชี้แจงปมเรือสัญชาติไทย "เรือมยุรี นารี" ถูกโจมตี 2 ครั้ง ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเร่งประสานช่วยชีวิตลูกเรือที่สูญหายทั้ง 3 ราย


จากกรณี "เรือขนส่งสินค้าไทย" จากบริษัท พรีเชียส เจ้าของเรือ 5a MAYUREE NAREE (IMO9323649, Call sign HSGM) ติดธงชาติไทย กำลังเดินทางจาก UAE มุ่งหน้า Kandla, India บริเวณทะเลอาหรับหลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ห่างจากดูไบ 50 ไมล์ทะเล ถูกวัตถุอาวุธไม่ทราบชนิด ไม่ทราบฝ่ายยิง โดยมีลูกเรือ 23 คนจำเป็นต้องสละเรือ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น (ด่วน เรือขนส่งสินค้าสัญชาติไทย ถูกโจมตีหลังผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ท้ายเรือไฟไหม้เสียหาย)

ล่าสุด วันที่ 11 มีนาคม 2569 บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้งจำกัด (มหาชน) ขอรายงานให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบถึงกรณีเรือสัญชาติไทย กล่าวคือ เรือมยุรี นารี ซึ่งมีบริษัท พรีเชียส ฟลาวเวอร์ส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ในประเทศไทย เป็นเจ้าของ กล่าวคือ เมื่อเวลาประมาณ 08.15 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) ของวันที่ 11 มีนาคม 2569 ขณะแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรือมยุรี นารีได้ถูกโจมตีด้วยอาวุธไม่ทราบที่มาจำนวนสองครั้ง การโจมตีดังกล่าวก่อให้เกิดความเสียหายต่อห้องเครื่องของเรือและทำให้เกิดเพลิงไหม้ขึ้น

ทั้งนี้ ก่อนการแล่นเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เรือมยุรี นารีได้ดำเนินมาตรการป้องกันความปลอดภัยในระดับที่เข้มงวดอย่างมากและมีการรักษาการติดต่อสื่อสารกับศูนย์ปฏิบัติการทางการค้าทางทะเลแห่งสหราชอาณาจักร (United Kingdom Maritime Trade Operations หรือ UKMTO) และศูนย์ประสานงานความปลอดภัยทางทะเลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมทั้งรายงานสถานการณ์อย่างสม่ำเสมอตามประกาศคำแนะนำที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้เรือได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตามประกาศคำแนะนำล่าสุดที่ออกโดย UKMTO และหน่วยงานด้านความปลอดภัยทางทะเลที่เกี่ยวข้องอื่นๆ 

...

บริษัทฯ ได้รับรายงานว่ามีลูกเรือสูญหายจำนวน 3 ราย ซึ่งเชื่อว่าติดอยู่ภายในห้องเครื่องของเรือ โดยบริษัทฯ อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการช่วยชีวิตลูกเรือที่สูญหายทั้ง 3 รายนี้

สำหรับลูกเรือที่เหลืออีก 20 ราย ได้รับการอพยพออกมาอย่างปลอดภัย และขณะนี้ได้ขึ้นฝั่งในประเทศโอมานแล้ว ทั้งนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อส่งตัวลูกเรือดังกล่าวกลับประเทศไทยโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ผลกระทบจากเหตุการณ์

- เรือมยุรี นารีได้รับความคุ้มครองภายใต้กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงจากสงคราม (War Risk Insurance) ตามข้อตกลงการประกันภัย ดังนั้น บริษัทฯ จึงไม่คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทฯ

- ในขณะนี้ บริษัทฯ ไม่คาดว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการดำเนินงานโดยรวมของบริษัทฯ แต่อย่างใด

- เนื่องจากขณะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการแล่นเรือเปล่าโดยไม่มีสินค้าใด ๆ บรรทุกในระวาง จึงไม่เกิดการสูญเสียสินค้าแต่อย่างใด

มาตรการป้องกันต่างๆ

- บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์ความปลอดภัยในพื้นที่เสี่ยงภัยสูงอย่างใกล้ชิด และจะทบทวนแนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านการเดินเรืออย่างเหมาะสม

- บริษัทฯ จะยังคงปฏิบัติตามประกาศคำแนะนำด้านความปลอดภัยทางทะเลระหว่างประเทศ และประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับรองความปลอดภัยของเรือและลูกเรือของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง

- บริษัทประกันภัยและที่ปรึกษาทางกฎหมายของบริษัทฯ กำลังทำงานกันอย่างใกล้ชิดสำหรับเหตุการณ์ครั้งนี้และกำลังให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นอย่างต่อเนื่อง.