“ยศชนัน” ร่วมเปิดตัวโครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ ผนึก ส.อ.ท. - มหิดล ดันเกษตร BCG ชู “เห็ด” วัตถุดิบมูลค่าสูงสู่สากล พร้อมเป็นตัวกลางประสานทุกหน่วยงาน ให้นวัตกรรมไทยแข่งขันได้จริงในเวทีโลก


เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 21 มีนาคม 2569 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และในฐานะอดีตรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ภาพและข้อความภายหลังเข้าร่วมงานที่มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยมี นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ ศ.ดร.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานในพิธี Groundbreaking เปิดตัวโครงการอุตสาหกรรมเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture Industry - SAI) ณ อุทยานธรรมชาติวิทยาสิรีรุกขชาติ ศาลายา เพื่อสร้างต้นแบบ Open Innovation ตามโมเดลเศรษฐกิจ BCG มุ่งใช้เทคโนโลยีชีวภาพและ AI พัฒนา “เห็ด” เป็นพืชนำร่องวัตถุดิบมูลค่าสูงในอุตสาหกรรมอนาคต ชูสินค้า MiT (Made in Thailand) ลดการนำเข้าวัตถุดิบพร้อมผลักดันไทยสู่เป้าหมาย Net Zero โดยเปลี่ยนพื้นที่ Siree Park ให้เป็น Sandbox บ่มเพาะนวัตกรรมเสมือนจริง ที่บูรณาการความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพ (Life Sciences) เชื่อมโยงงานวิจัยระดับสูงไปสู่การประยุกต์ใช้จริงในภาคอุตสาหกรรมอย่างมีประสิทธิภาพ

...


นายยศชนัน กล่าวในช่วงหนึ่งโดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการ “ขยับประเทศ” ด้วยเป้าหมาย Wellness Economy และการสร้างความมั่นคงทางโภชนาการ (Nutrition Security) ซึ่งจะเป็นรากฐานของความสำเร็จในอนาคต พร้อมระบุว่า ตนได้รับ Blueprint (พิมพ์เขียว) จากทางสภาอุตสาหกรรมฯ มาเสร็จเรียบร้อย และพร้อมทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในการร่วมอำนวยความสะดวกในการปลดล็อกกฎหมายและระเบียบข้อบังคับต่างๆ (Regulatory Sandbox) ทั้งการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยโดยใช้ดิจิทัล และการยกร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ต่างๆ ขนานกันไป เพื่อสร้างระบบนิเวศนวัตกรรมที่ยืดหยุ่นและทันการณ์ตามความต้องการของภาคเอกชน

นอกจากนี้ นายยศชนัน ยังให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ผ่าน Smart Agriculture และ AI เพื่อตอบโจทย์เกษตรกรในสังคมสูงวัย (Aging Society) รวมถึงการผลักดันการจัดสรรงบประมาณวิจัยให้ครอบคลุมทั้งระบบ ตั้งแต่การวิจัยระดับลึกในมาตรฐานสากล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและสิทธิบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ให้สมุนไพรไทยมีอำนาจต่อรองในเวทีภูมิรัฐศาสตร์โลก ตลอดจนการขยายความร่วมมือไปยังมหาวิทยาลัยทั่วประเทศเพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างสายอาชีพที่ชัดเจนให้กับนักวิทยาศาสตร์ไทยในฐานะ Product Owner ที่พร้อมเปลี่ยนความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ของประเทศให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างเศรษฐกิจได้จริง โดยยินดีประสานความร่วมมือกับหลายหน่วยงานทั้งฝ่ายบริหาร และนิติบัญญัติ เพื่อยกระดับทุนมนุษย์และความมั่นคงของประเทศในทุกมิติ

“ผมอยากเห็นการปั้นนักวิทยาศาสตร์ให้เป็น Product Owner เรามีบุคลากรเก่งๆ เยอะครับ หน้าที่ของเราคือสร้างอาชีพและ Ecosystem ที่รองรับ ให้พวกเขาได้สร้างนวัตกรรมที่มีมาตรฐานระดับโลก (Global Scale) งานนี้ปฎิเสธไม่ได้ว่าต้องจัดสรรการสนับสนุนให้ถูกจุด เมื่อเป้าหมาย Wellness Economy ชัดเจน การลงทุนวิจัยต้องลงไปให้ถึงทั้งต้นน้ำ (งานวิจัย) กลางน้ำ (การผลิต) และปลายน้ำ (การตลาดสากล) นี่คือหมุดหมายใหม่ของไทยในการสร้างความมั่นคงทางโภชนาการ (Nutrition Security) และการก้าวสู่ Net Zero ไปพร้อมกัน ผมและทีมงานพร้อมที่จะเป็นตัวกลางประสานทุกหน่วยงาน เพื่อให้นวัตกรรมไทย แข่งขันได้จริงในเวทีโลกครับ”