“พริษฐ์” ตั้งคำถาม คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ คณะที่ 36 มีมติให้ สว. 229 ไม่มีมูลความผิดคดีฮั้ว ชี้ สวนทาง คกก.สืบสวนฯ เราจะไว้ใจ กกต. ชี้ขาดได้แค่ไหน ในเมื่อ 4 จาก 7 คน ถูกรับรองโดย สว.ชุดนี้
วันที่ 13 มีนาคม 2569 นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะโฆษกพรรคประชาชน ให้ความเห็นกรณี คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติสวนทางคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนชุดที่ 26 (อ่านเพิ่ม : มีมติ 5 ต่อ 2 ตีตกคำร้อง สอบฮั้ว สว. 229 คน - DSI ชี้ ไม่มีผลต่อคดีอาญาอั้งยี่ ฟอกเงิน) ว่า ในขณะที่สังคมยังไม่ได้รับคำตอบจากหลายคำถามที่มีต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการตรวจสอบกรณีการโกงเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)
นายพริษฐ์ เผยต่อไปว่า แม้คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 (ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI) ได้เคยมีมติเสนอให้ กกต. ดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาผู้กระทำความผิดทั้งหมด 229 คน (ซึ่งประกอบด้วยสมาชิกวุฒิสภา 138 คน และสมาชิกพรรคการเมืองและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 91 คน) แต่รายงานข่าวเมื่อวานนี้ (12 มีนาคม 2569) ระบุว่า คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ของ กกต. กลับมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิดใดๆ ซึ่งสวนทางกับความเห็นของคณะสืบสวนฯ โดยสิ้นเชิง
หากรายงานข่าวเป็นจริง นั่นหมายความว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา 138 คนที่เป็น สว. คณะอนุกรรมการ 5 คน เห็นว่า สว. ทั้ง 138 คน ไม่มีมูลความผิดใดๆ ในขณะที่คณะอนุกรรมการ 2 คน เห็นว่า สว.ส่วนใหญ่ (134 จาก 138 คน) มีมูลความผิด ในส่วนของผู้ถูกกล่าวหา 91 คนที่เป็นสมาชิกพรรคการเมืองและเครือข่าย คณะอนุกรรมการทั้ง 7 คน เห็นตรงกันอย่างเป็นเอกฉันท์ ว่าทั้ง 91 คน ไม่มีมูลความผิดใดๆ
...
คำถามที่ตามมา 1. เหตุใดคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ของ กกต. ถึงมีความเห็นแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง กับคณะกรรมการสืบสวนฯ ของ กกต. และ DSI เป็นไปได้อย่างไรที่หลักฐานทั้งหมดที่ถูกรวบรวมโดยคณะกรรมการสืบสวนฯ ซึ่งคาดว่ามีทั้งการวิเคราะห์ผลการลงคะแนน หลักฐานการนัดพบ รวมถึงเส้นทางการเงิน จะไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้คณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ ของ กกต. ชี้มูลผู้ถูกกล่าวหาได้แม้แต่คนเดียว?
2. คนที่จะต้องชี้ขาดว่าจะเห็นตามคณะกรรมการสืบสวนฯ (ที่เห็นว่าทั้ง 229 คนมีมูลความผิด และควรส่งเรื่องต่อไปที่ศาล) หรือเห็นตามคณะอนุกรรมการวินิจฉัยฯ (ที่เห็นว่าทั้ง 229 คนไม่มีมูลความผิด และควรยุติคดี) คือ กกต. แต่ในเมื่อ กกต. มี 4 จาก 7 คน ที่ถูกรับรองโดย สว. ที่ถูกกล่าวหา เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า กกต. จะพิจารณาคดีดังกล่าวอย่างเป็นธรรม โดยไม่ตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้ที่ทำให้ตนได้รับตำแหน่ง
3. หากในที่สุดปรากฏข้อมูลที่ชี้ชัดว่า กกต. ได้ดำเนินการและตัดสินเกี่ยวกับคดีดังกล่าว โดยสวนทางกับข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน และโดยไม่ต้องรับผิดชอบต่อกฎหมาย สังคมจะสรุปได้หรือไม่ว่าองค์กรอิสระในยุคสมัยนี้ไม่ได้เป็นอิสระจากการถูกแทรกแซงโดยกลุ่มทางการเมือง แต่กลับเป็นอิสระจากประชาชน