ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศจากกรมควบคุมโรค หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา ให้ร้านค้าเช็กอาการก่อนขาย หากฝ่าฝืนผิดกฎหมาย
หลังจาก พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 แก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 2 พ.ศ.2558 โดยมาตรา 29(2) กำหนดว่า ห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แก่บุคคลที่มีอาการมึนเมา ซึ่งจะต้องมีการออกประกาศกฎหมายลูกภายใน 180 วันนับตั้งแต่กฎหมายมีผลบังคับใช้
ล่าสุดเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศกรมควบคุมโรค เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา พ.ศ.2569 ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา เพื่อให้ผู้ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใช้ตรวจสอบอาการมึนเมาของบุคคลเท่าที่จำเป็นและสมควร อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 วรรคสอง (2) แห่งพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2568 โดย นายมณเฑียร คณาสวัสดิ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ออกประกาศไว้
สาระสำคัญคือ บุคคลที่มีอาการอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ ให้ถือว่าเป็น “บุคคลที่มีอาการมึนเมา”
1. บุคคลที่บริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในปริมาณที่ส่งผลให้เกิดการบกพร่องที่เห็นได้ชัดเจน ในการควบคุมการทรงตัวและการเคลื่อนไหวของร่างกาย (เช่น เดินเซ หรือยืนลำบาก เป็นต้น) หรือการแสดงออกทางพฤติกรรมหรือวาจา จนอาจเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือเป็นการรบกวนความสงบเรียบร้อย
2. บุคคลที่มีกลิ่นแอลกอฮอล์ออกจากร่างกาย และมีอาการร่วมอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
2.1 อาการทางกายภาพที่สังเกตได้ชัดเจน ได้แก่
- ตาแดงก่ำ หรือมีอาการตากระตุก
- การควบคุมการเคลื่อนไหวบกพร่องอย่างชัดเจน เช่น เดินเซ เดินไม่ตรงทาง ยืนลำบาก ล้มเซ หรือมือสั่นอย่างเห็นได้ชัด เป็นต้น
...
2.2 อาการทางวาจาและพฤติกรรม
- พูดไม่ชัดเจน พูดอ้อแอ้ พูดรวบคำ หรือพูดจาซ้ำซากวกวนไปมา
- มีภาวะอารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย แสดงอารมณ์ก้าวร้าว หรือใช้ความรุนแรง
- ลวนลามผู้อื่น หรือแสดงพฤติกรรมส่อไปในทางเพศ
- กล่าววาจาในลักษณะข่มขู่หรือยั่วยุให้เกิดความไม่สงบ
- สติสัมปชัญญะถดถอย เช่น สับสน ง่วงซึม เป็นต้น
สำหรับวิธีการตรวจสอบอาการมึนเมา สามารถดำเนินการตามวิธีการใดวิธีการหนึ่ง ดังต่อไปนี้
1. การแตะจมูกตัวเอง ให้บุคคลที่สงสัยว่ามีอาการมึนเมาหลับตา ยื่นแขนไปข้างหน้า แล้วชี้นิ้วออกไป จากนั้นให้งอข้อศอกและนำนิ้วมาแตะที่ปลายจมูกโดยไม่ลืมตา หากบุคคลนั้นไม่สามารถนำนิ้วแตะที่ปลายจมูกได้โดยพลาดเป้าเกินกว่าหนึ่งเซนติเมตร หรือมีอาการมือสั่นอย่างเห็นได้ชัดขณะพยายามแตะจมูก ให้ถือว่ามีอาการมึนเมา
2. การเดินต่อเท้า ให้บุคคลที่สงสัยว่ามีอาการมึนเมา เดินสลับเท้าโดยให้ส้นเท้าชิดปลายเท้าเป็นเส้นตรงไปข้างหน้าสิบก้าว แล้วหันตัวด้วยเท้าหนึ่งข้าง จากนั้นเดินสลับเท้าแบบส้นเท้าชิดปลายอีกสิบก้าว หากมีการแสดงความผิดปกติดังต่อไปนี้รวมกันสองครั้งขึ้นไปในระหว่างดำเนินการ ให้ถือว่ามีอาการมึนเมา
- ไม่สามารถเดินต่อเท้าโดยให้ส้นเท้าชิดปลายเท้าได้อย่างต่อเนื่อง
- ก้าวออกนอกเส้น หรือเดินเซชัดเจน
- ใช้แขนช่วยพยุงตัวเพื่อทรงตัว (กางแขนออก)
- หยุดเดินก่อนครบสิบก้าว
- ไม่สามารถหันตัวได้อย่างถูกวิธี
3. การยืนขาเดียวและนับเลข ให้บุคคลที่สงสัยว่ามีอาการมึนเมายืนตัวตรง ยกขาข้างหนึ่งขึ้นจากพื้นประมาณสิบห้าเซนติเมตร และเริ่มนับเลขตั้งแต่หนึ่งพันเป็นต้นไป (1001, 1002, ...) จนกว่าจะครบสามสิบวินาที หากมีการแสดงความผิดปกติดังต่อไปนี้รวมกันสองครั้งขึ้นไปในระหว่างดำเนินการ ให้ถือว่ามีอาการมึนเมา
- วางเท้าลงกับพื้นก่อนครบสามสิบวินาที
- ใช้แขนช่วยพยุงตัวเพื่อทรงตัว (กางแขนออก)
- ตัวเซหรือโยกตัวอย่างชัดเจนขณะยืน
- เขย่งเท้าด้วยข้างที่อยู่กับพื้น
ทั้งนี้ ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา
จะว่าไป ประกาศฉบับนี้ไม่ได้จำเป็นเฉพาะร้านค้า แต่อาจช่วยให้ “นักดื่ม” ได้ประเมินตัวเอง เพื่อจะได้ไม่เสี่ยงทำผิดกฎหมายด้วย
อ้างอิงจาก ราชกิจจานุเบกษา