“อนุทิน” นำประชุมคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นครั้งสุดท้าย เผย รายชื่อ ครม.อนุทิน 2 เรียบร้อย จ่อลงนาม นำขึ้นทูลเกล้าฯ วันนี้ ระบุ พร้อมแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันที หลังได้รับโปรดเกล้าฯ-เข้าถวายสัตย์ฯ
เมื่อเวลา 09.06 น. วันที่ 30 มี.ค. 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ทำเนียบรัฐบาล โดยเมื่อมาถึงนายกฯ ได้ขับรถยนต์ไฟฟ้าส่วนตัว มาที่ตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพื่อประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องคุณสมบัติผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯวันเดียวกันนี้ โดยมี นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รอให้การต้อนรับ
ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า วันนี้ถือเป็นการหารือหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ครั้งสุดท้ายก่อนทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรายชื่อหรือไม่ นายอนุทิน ไม่ตอบคำถาม เพียงหันมายิ้มพร้อมหัวเราะ ก่อนกล่าวว่า “เดี๋ยวไปประชุมก่อน มาสายแล้ว”
จากนั้นนายกฯร่วมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น
ต่อมาเวลา 9.59 น. นายอนุทิน เปิดเผยถึงความเรียบร้อยรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อม ว่า เรียบร้อยดี สามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เลย โดยต้องรีบพิจารณาเอกสารและดำเนินการนำขึ้นทูลเกล้าฯให้เร็วที่สุด
ส่วนไม่มีรายชื่อใดมีปัญหาแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า หากมีปัญหาก็ต้องตัดออก และ 35 รายชื่อก็อยู่ที่ตนหมดแล้วแต่ยังไม่ได้ลงนามรับรอง จึงต้องมาประชุมให้เกิดความชัดเจน
...
ส่วนความพร้อมด้านนโยบายของรัฐบาลนั้น นายอนุทิน พยักหน้ารับว่า มีความพร้อมแล้ว หากมีการโปรดเกล้าและเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยสามารถแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาได้ทันที
เมื่อถามย้ำว่า วางกรอบไว้ระหว่างวันที่ 7-9 เม.ย.ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่ายังระบุวันไม่ได้ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมลงมา และเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับหน้าที่ก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหน่วยงานหลักที่จะตรวจประวัติรัฐมนตรีรัฐบาลอนุทิน 2 อาทิ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.): ตรวจสอบประวัติอาชญากรรม คดีความ และประวัติการต้องโทษคุก
สำนักงานศาลยุติธรรม: ตรวจสอบข้อมูลการถูกฟ้องร้อง คดีที่อยู่ในระหว่างการพิจารณา หรือคำพิพากษาของศาล
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.): ตรวจสอบประวัติการถูกชี้มูลความผิดเรื่องการทุจริต การร่ำรวยผิดปกติ หรือการฝ่าฝืนจริยธรรมอย่างร้ายแรง
สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ: ตรวจสอบว่าเคยมีคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับลักษณะต้องห้ามทางการเมืองหรือไม่
กรมบังคับคดี: ตรวจสอบสถานะการเป็นบุคคลล้มละลาย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.): ตรวจสอบคุณสมบัติเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกพรรคการเมือง และข้อห้ามตามกฎหมายเลือกตั้ง
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.): ตรวจสอบการถือครองหุ้นในบริษัทต้องห้ามตามกฎหมาย (เช่น ธุรกิจสัมปทานรัฐ หรือสื่อมวลชน)
สำนักงานอัยการสูงสุด : เช็กสถานะสั่งฟ้องคดีอาญา