รองโฆษกพาณิชย์ ย้ำ ตรวจเข้มของแพงทุกวัน พบร้องเรียน 410 คำร้อง จัดการอย่างถึงที่สุด ย้ำ ดีเดย์ 1 เม.ย. นี้เริ่มมาตรการลดราคาสินค้า ขยายจุดธงฟ้าเข้าถึงระดับชุมชน เชื่อมบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ


วันที่ 27 มีนาคม 2569 นางสาวกนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ แถลงถึงมาตรการดูแลค่าครองชีพและราคาสินค้า ว่า กระทรวงพาณิชย์ยังคงทำงานร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัด พลังงานจังหวัด ลงพื้นที่ติดตามตรวจสอบสถานการณ์ราคาสินค้าและบริการในทุกวันเพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินควรหรือกักตุนสินค้า โดยตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม จนถึงเมื่อวานนี้ (26 มี.ค.) มีเรื่องร้องเรียนผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ทั้งสิ้น รวม 410 คำร้อง และตรวจสอบไปแล้ว 187 คำร้อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบอีก 223 คำร้อง ซึ่งจำนวนนี้มีการร้องเรียนในเรื่องของการจำหน่ายเกินราคา 44 คำร้อง ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการขอเรียกดูเอกสารต้นทุนของผู้ที่ถูกร้องมาวิเคราะห์แล้ว และหากพบว่ามีการขายเกินราคาจริงก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด

มั่นใจมาตรการครอบคลุม

นางสาวกนิษฐา กล่าวด้วยว่า จากสถานการณ์น้ำมันที่มีราคาปรับขึ้นสูงทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อราคาต้นทุน ราคาค่าขนส่ง และสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วานนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษไปแล้ว ซึ่งมาตรการต่าง ๆ ที่ออกไป ถูกออกแบบมาเพื่อให้ครอบคลุมผู้เล่นทุกกลุ่มทั้งห่วงโซ่อุปทาน ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร ผู้ผลิตทั้งรายใหญ่และรายย่อย ผู้ค้าและผู้บริโภค ให้สามารถอยู่ได้ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

เริ่ม 1 เมษา ไทยช่วยไทย

...

โครงการไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และผู้ประกอบการค้าส่งและค้าปลีกสมัยใหม่ โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน โดยร้านค้าปลีกที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ และร่วมมือกับผู้ผลิตและผู้จำหน่าย โดยจะคัดเลือกสินค้าที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษ โดยสินค้าเป้าหมายแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ 1. สินค้าอุปโภค สบู่ แชมพู ผงซักฟอก กระดาษชำระ โดยจะนำมาลดราคาสูงสุดถึง 50% 2. สินค้าบริโภค อาทิ ข้าวสาร น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ซอสปรุงรส อาหารกระป๋อง และบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก็จะนำมาลดสูงสุด 25% โดยให้ความสำคัญกับสินค้าเฮ้าส์แบนด์ (House Brand) ของห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ และสินค้าแบรนด์ทางเลือก หรือสินค้าแบรนด์รอง ซึ่งเป็นการเสนอทางเลือกสินค้าราคาประหยัดแต่ยังคงคุณภาพ และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงสินค้าที่จำเป็นของประชาชน ควบคู่กับการสร้างการรับรู้และการขยายโอกาสทางการตลาดให้กับสินค้ากลุ่มนั้น

เพิ่มความถี่ขยายจุดธงฟ้า

นอกจากนี้ โครงการไทยช่วยไทย ยังเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการรายย่อย เช่น ร้านโชห่วย เพื่อเพิ่มกำไรให้กับผู้ประกอบการที่เป็นเส้นเลือดฝอยอีกทางหนึ่งด้วย ส่วนมาตรการธงฟ้าราคาประหยัด เป็นโครงการที่มีอยู่แล้วและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง แต่ในสถานการณ์เช่นนี้ก็จะมีการขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมทั้งในระดับจังหวัด อำเภอ ระดับชุมชน โดยเป็นการเพิ่มความถี่และเชื่อมโยงกับโครงการไทยช่วยไทย และการใช้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยกระทรวงพาณิชย์จะทำปฏิทินธงฟ้าเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับทราบ

สำหรับมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรธงเขียวพลัส สนับสนุนส่วนลดค่าปุ๋ยเคมี ส่วนเกษตรกรที่มีบัตรดินดีจากกรมพัฒนาที่ดินก็จะได้รับแต้มต่อเป็นพิเศษอีกด้วย

ปรับสินค้าควบคุมเป็น 66 รายการ

นอกจากนี้กระทรวงพาณิชย์ยังได้จัดประชุมคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการหรือ กกร. เพื่อพิจารณาทบทวนเพิ่มรายการสินค้าควบคุมในห้วงเวลาที่มีความผันผวนนี้ โดยย้ำถึงแผนปรับราคาสินค้าควบคุมจากเดิมที่มี 59 รายการเป็น 66 รายการ โดยได้มีการเสนอ ครม. พิจารณา เพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลสินค้าควบคุมใหม่อย่างเช่น พลาสติกน้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส น้ำปลา ซีอิ๊ว และยังมีการเตรียมเสนอสินค้าควบคุมใหม่ เพิ่มเติม เช่น กากถั่วเหลือง ถือเป็นวัตถุดิบที่สำคัญสำหรับการผลิตอาหารสัตว์

ส่วนสินค้าควบคุมเดิมบางตัวใน 59 รายการก็จะมีการปรับระดับการควบคุมเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เช่น กลุ่มที่ต้องขออนุญาตกระทรวงพาณิชย์ก่อนขึ้นราคาจาก 8 รายการเป็น 15 รายการ เช่น น้ำมันปาล์มขวด กระดาษชำระ แชมพู ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ผ้าอนามัย สบู่

จ่อยกระดับคุมราคาเพิ่ม

ส่วนสินค้าที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอาจจะยกระดับการควบคุมในระยะต่อไปขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อาทิ ไข่ไก่ น้ำตาลทราย ยา และเวชภัณฑ์เป็นต้น  กระทรวงพาณิชย์ยืนยันว่าจะใช้กลไกที่มีในการดูแลราคาสินค้าและบริการอย่างสมดุล ควบคู่กับการขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้