“นายกฯ อนุทิน” ย้ำ ไทยเรายังไม่ได้ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมัน ชี้ ไม่มีเหตุผลต้องกังวลเกินเหตุ โรงกลั่นยังผลิตเต็มกำลัง ขอประชาชนมั่นใจ ใช้ชีวิตปกติ

 

เมื่อเวลา 17.55 น. วันที่ 19 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงข่าวหลังประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) ครั้งที่ 6/2569 ณ ห้องประชุม CB 406 ชั้น 4 อาคารรัฐสภา โดยเชิญส่วนราชการ เอกชน มาร่วมประชุมกับ ศบก. เพื่อติดตามปัญหาในทางปฏิบัติตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจน้ำมัน ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยสรุปที่สำคัญได้ดังนี้

1. จากการตรวจสอบปริมาณน้ำมัน และราคาน้ำมันในแต่ละขั้นตอนของห่วงโซ่อุปทาน ครอบคลุมโรงกลั่นน้ำมัน คลังน้ำมัน จ็อบเบอร์ (Jobber) การขนส่งน้ำมัน สถานีบริการน้ำมัน ที่ประชุมพบว่าโรงกลั่นน้ำมันทั้ง 6 แห่งในประเทศยังคงเดินเครื่องเต็มกำลังการผลิต เราผลิตได้ 175 ล้านลิตรต่อวัน และมีการจัดหาน้ำมันดิบเพิ่มเติมเข้ามาในประเทศอย่างต่อเนื่อง หลายโรงกลั่นจัดหาน้ำมันดิบจากหลายแหล่งเพื่อให้มีความเพียงพอต่อการนำน้ำมันดิบมากลั่นเป็นน้ำมันประเภทต่างๆ 

ทั้งโรงกลั่นน้ำมันและคลังน้ำมัน จะดำเนินการประกาศราคาหน้าโรงกลั่นและหน้าคลังน้ำมัน ซึ่ง PTT OR พร้อมจะขายน้ำมันให้จ็อบเบอร์ด้วยราคาตามที่จะประกาศราคา ที่ไม่เกินราคาหน้าสถานีบริการ โดยกระทรวงพลังงานจะกำกับโรงกลั่นและผู้ค้าน้ำมัน ให้รายงานข้อมูลการผลิต การจำหน่ายน้ำมัน ปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่าย ราคาที่จัดจำหน่าย ให้กรมธุรกิจพลังงานได้รับทราบ เพื่อที่จะได้ดูแล จัดสรรปริมาณน้ำมันที่จัดจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนและภาคอุตสาหกรรมต่างๆ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ด้วยราคาที่เป็นธรรม

...

ยืนยันส่งออกน้ำมันเพียง ลาว-เมียนมา

ขณะเดียวกัน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เตรียมออกข้อบังคับผ่อนผันการเดินรถของรถบรรทุกน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมงทั่วประเทศภายในวันนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมันต่างๆ ทั่วประเทศ โดยขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการขนส่งเพิ่มมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการขนส่งน้ำมันเพื่อจัดส่งไปยังสถานีบริการน้ำมัน

ในเรื่องการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูป ได้รับการยืนยันว่า เรายังส่งออกไปเพียง สปป.ลาว และเมียนมา โดยปริมาณการส่งออกไปที่ สปป.ลาว เฉลี่ยอยู่ที่ 5.29 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งเป็นอัตราที่ลดลงมาถึง 25% จากที่เคยดำเนินการ ส่วนที่เมียนมา อยู่ที่ 3 แสนลิตรต่อวัน หรือลดลง 20% จากก่อนหน้านี้

ขอประชาชนมั่นใจน้ำมันไม่ได้ขาดแคลน

2. เพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาสถานการณ์น้ำมันไม่เพียงพอที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน รัฐบาลจะเร่งพิจารณามาตรการต่างๆ เพิ่มเติม เช่น การผ่อนปรนการสำรองน้ำมัน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันในระบบ, การเร่งผลิตน้ำมันชีวภาพ B20 ให้มีความพร้อมจำหน่าย, การพิจารณาเงินชดเชยให้กลุ่มต่างๆ ทั้งหมดนี้ รัฐบาลมีเป้าหมายเพื่อให้ระบบกลับสู่สภาวะปกติ จ็อบเบอร์กลับมาดำเนินการได้ตามปกติ เพิ่มศักยภาพการขนส่งน้ำมันไปยังสถานีบริการน้ำมัน เพื่อให้มีน้ำมันตามความต้องการของพี่น้องประชาชน และภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ภายใต้ราคาที่เหมาะสม

“สิ่งที่ผมอยากจะนำกราบเรียนพี่น้องประชาชน คือขอให้พี่น้องประชาชนได้มีความมั่นใจครับ เราประชุมหลายครั้งแล้ว สอบถามผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้มีการยืนยันข้อมูลทั้งทางเอกสาร ทั้งทางวาจา ทั้งทางประสบการณ์ที่ท่านเหล่านั้นมีอยู่ ผมยังขอยืนยันนะครับว่า ประเทศไทยเรายังไม่ได้ประสบภาวะขาดแคลนการนำเข้าน้ำมันแต่อย่างใดเลยครับ 

ที่มีการพูดอยู่ตลอดเวลาว่าน้ำมันดิบไม่เข้าประเทศไทยแล้ว จำนวนปริมาณน้ำมันดิบหายไปครึ่งหนึ่ง เพราะว่ามีสถานการณ์ที่ตะวันออกกลาง วันนี้ก็ได้เรียกประชุมกันอีกครั้ง มีทั้งวงเล็ก วงใหญ่ วงภายใน ก็ได้รับทราบเป็นที่ชัดเจนว่า เรายังสามารถผลิตน้ำมันในปริมาณและกำลังการผลิต ดังเช่นก่อนวันที่ 1 มีนาคม ก่อนที่มีการสู้รบในประเทศแถบตะวันออกกลาง” 

ดังนั้น น้ำมันยังไม่ได้ขาดแคลน ปริมาณน้ำมันสำรองยังคงรักษาได้อยู่ที่ประมาณ 100 วัน ซึ่งช่วงเกิดเหตุการณ์ใหม่ๆ เราเร่งตรวจสอบอย่างเต็มที่ ณ ขณะนั้นปริมาณสำรองมีอยู่เพียง 62 วันเท่านั้นเอง แต่หลังจากมีการใช้มาตรการในการบริหารจัดการ การไหลเข้ามาของปริมาณน้ำมันดิบ เราสามารถบริหารจัดการได้ การออกมาตรการงดส่งน้ำมันที่กลั่นแล้วไปจำหน่ายยังประเทศอื่นๆ ยกเว้น สปป.ลาว และเมียนมา เราก็สั่งห้ามการส่งออกตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นมา ทำให้การสำรองน้ำมันของประเทศก็เพิ่มขึ้นมาเป็นที่ประมาณ 100 วัน 

ตรงนี้เป็นปริมาณน้ำมันสำรองเท่านั้น แต่ในทุกๆ วันเรายังสามารถที่จะสั่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคต่างๆ ทั่วโลก ถึงแม้จะมีเหตุการณ์สู้รบในตะวันออกกลาง แต่เรายังสามารถใช้เครือข่ายต่างๆ ของเรา ปตท. ไม่ใช่บริษัทเล็ก และโรงกลั่นต่างๆ ที่อยู่ในประเทศไทยก็เป็นบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยมานานแล้ว มีเครือข่ายในการสั่งน้ำมันดิบเข้ามากลั่น โดยที่ยังไม่ได้มีปัญหาแต่อย่างใด

ชี้ เหตุน้ำมันหาย คนกังวลแห่เติมกักตุน

ถ้าจะยกตัวเลขให้เห็น เราเคยมีการใช้น้ำมันดีเซลที่ 67 ล้านลิตรต่อวัน ก่อนเกิดเหตุสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นการใช้ในสภาวะปกติ ยังไม่ได้มีการออกมาตรการเรื่องการลดการใช้ หรือประหยัดน้ำมัน ซึ่งกำลังการผลิตน้ำมันดีเซลของประเทศไทยอยู่ที่ 77 ล้านลิตรต่อวัน มี Margin อยู่ที่ 10 ล้านลิตรแล้ว แต่หลังจากเกิดเหตุสงคราม ด้วยข้อมูล ด้วยความตระหนก ด้วยความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชน ทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันเพิ่มมาเป็น 84 ล้านลิตรต่อวัน จึงเกินกำลังการผลิต อาจเป็นเหตุทำให้เกิดการขาดน้ำมันในบางพื้นที่

วันนี้ต้องขอกราบเรียนว่า รัฐบาล ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาคการผลิต ภาคการขนส่ง ภาคการจัดจำหน่าย เราร่วมมือกันอย่างเต็มที่ในการบริหารสถานการณ์ให้มีน้ำมันให้กับพี่น้องประชาชนใช้ได้ตามปกติ แต่ในขณะเดียวกัน รัฐบาลก็ต้องขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนว่า จำนวนน้ำมันที่หายไป ถ้ามันหายไปมากกว่ากำลังการผลิต มันไม่ได้หายไปเพราะว่าถูกส่งออกไปยังต่างประเทศ หรือหายไปเพราะว่ามันจะต้องเอาไปใช้ในการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเติม หรือไปส่งเสริมภาคการผลิตอื่นๆ ทำให้น้ำมันมันหายไป มันไม่มีเลย ทุกอย่างยังอยู่ในสภาวะปกติทั้งหมด 

“แต่มันหายไปเพราะว่าเกิดจากความกังวลของพี่น้องประชาชน ก็มีการมาเติมเพิ่มขึ้น มีการนำไปเก็บสำรองไว้เพิ่มมากขึ้นในครัวเรือน ซึ่งก็ทำให้เกิดสภาวะการขาดแคลน มีการเติมน้ำมัน แทนที่จะรอน้ำมันพร่องถังไปแล้ว แล้วค่อยไปเติม แต่ทุกครั้งที่มีการพร่องก็ไปเติม มียวดยานพาหนะเท่าไหร่ก็ไปเติมเต็มกันหมด มันก็เลยทำให้เกิดดีมานด์ เกิดการใช้จ่ายในปริมาณมากขึ้น เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าพี่น้องประชาชนจะกรุณาให้ความร่วมมือกลับมาใช้ในสภาวะปกติ ซึ่งน้ำมันที่เรามีอยู่ตามสถานีบริการน้ำมันทั่วไป มันมีพออยู่แล้ว ก็ขอความร่วมมือตรงนี้ การใช้ก็จะมา Matching กับการผลิต”

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่า 67 ล้านลิตรที่เคยเป็นการใช้ในแต่ละวันเป็นการใช้ในสภาวะปกติ แต่กระโดดขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตร ถ้าเรากลับไปภาวะปกติ ยังไม่ต้องพูดถึงเรื่องการประหยัดเพิ่มมากขึ้น ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนก็ได้ให้ความตระหนักในความร่วมมือลดการใช้น้ำมันเพิ่มมากขึ้นอยู่แล้ว ถ้าเราปรับสภาพกลับมาในสภาวะลดความวิตกกังวลไป ปริมาณการใช้น้ำมันในแต่ละวันก็จะมาสอดคล้องกับกำลังความสามารถในการผลิตน้ำมันในประเทศไทย 

ทั้งนี้ อาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการ Matching กัน ซึ่งในที่ประชุม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ร่วมกับทาง ปตท. ก็ได้เห็นชอบให้มีการแก้ไขว่า เราจะฟีดน้ำมันสำรองเข้าไปในระบบเพื่อล้าง รีเซ็ตให้ปริมาณน้ำมันมีมากเพียงพอ และทำให้การใช้น้ำมันของพี่น้องประชาชนเข้ามา Matching กับปริมาณน้ำมันที่เราสามารถผลิตได้ ตรงนี้ก็จะได้ดำเนินการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

แม้ยังไม่ขาดแคลน อต่วอนประชาชนใช้อย่างตระหนัก

ในภาพรวมมติของที่ประชุม ศบก. สรุปคือ ณ ปัจจุบันนี้ยังไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องกังวลจนเกินเหตุ ขอให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตตามปกติ และทางเราจะเร่งแก้ไขสถานการณ์ให้รวดเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน ขอวิงวอนให้พี่น้องประชาชนได้ตระหนักว่า แม้เราจะยังไม่ขาดน้ำมัน ไม่ขาดแคลนอะไร แต่ ณ วันนี้มันมีปัจจัยที่เราควบคุมไม่ได้ คือมันมีสถานการณ์สงครามในเรื่องของการสู้รบกัน เรายังไม่ทราบว่ามันจะมีความรุนแรงมากไปกว่านี้ หรือว่ามันจะหยุดกันเมื่อไหร่ เพราะฉะนั้นถ้าเราใช้ด้วยความระมัดระวัง ด้วยความตระหนักรู้ เราก็จะยิ่งมีปริมาณน้ำมันสำรองในประเทศได้เพิ่มมากขึ้น 

ส่วนเรื่องของไฟฟ้ายิ่งไม่ต้องกังวล เพราะไฟฟ้าส่วนใหญ่ในประเทศของเราใช้ก๊าซจากแหล่งที่อยู่ในอ่าวไทย สามารถนำมาผลิตกระแสไฟฟ้าที่จะหล่อเลี้ยงความต้องการของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้โดยที่ไม่มีปัญหาติดขัดแต่อย่างใด และเราก็จะมีการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอื่น พลังงานชีวภาพ เช่น B20 ก็จะนำมาเป็นส่วนผสมให้กับน้ำมันดีเซลเพิ่มมากขึ้น ยิ่งผสมได้มากเท่าไหร่ก็จะทำให้ปริมาณน้ำมันสำรองของประเทศเรายิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น คิดว่ารัฐบาลได้ทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนอย่างเต็มที่.