รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุดีอาระเบียได้ออกแถลงการณ์เตือนอย่างชัดเจนว่า ประเทศจะสงวนสิทธิในการใช้กำลังทหารเพื่อตอบโต้การกระทำของอิหร่าน หลังจากที่อิหร่านได้โจมตีกรุงริยาดเมื่อไม่กี่วันก่อน.

เจ้าชายไฟซาล บิน ฟาร์ฮาน กล่าวว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องบังเอิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดขึ้นในช่วงที่มีการประชุมของนักการทูตจากชาติอาหรับและอิสลาม พร้อมทั้งระบุว่า ซาอุดีอาระเบียจะไม่ยอมจำนนต่อแรงกดดันจากอิหร่าน.

รัฐมนตรีต่างประเทศซาอุฯ ยังชี้ว่า อิหร่านไม่เห็นคุณค่าในการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลับเลือกที่จะใช้วิธีการสร้างแรงกดดันแทน โดยยืนยันว่าซาอุฯ พร้อมที่จะใช้กำลังทหารหากถึงจุดที่จำเป็น.

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคได้เพิ่มสูงขึ้น หลังจากที่อิหร่านได้โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือแหล่งก๊าซธรรมชาติและโรงกลั่นน้ำมันในซาอุดีอาระเบีย.

การโจมตีดังกล่าวส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงถึง 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งนักวิเคราะห์กังวลว่า หากสถานการณ์ยังยืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพด้านพลังงานทั่วโลก.