ที่ปรึกษา รมว.ทส. พร้อมคณะ นั่ง ฮ. บินสำรวจ 6 พื้นที่หลังได้รับการร้องเรียนรุกที่ป่า รอรวบรวมหลักฐานก่อนแจ้งข้อหา หากพบทำผิดลงดาบทันที ขณะที่เจ้าของ 1 ใน 6 คาเฟ่ วอนขอความเป็นธรรม มีชื่อถูกโยงช้างป่าสีดอหูพับ พร้อมแก้ไขหากผิดจริง
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 18 มี.ค. 69 พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อม นายกานตพันธุ์ พิศาลสุขสกุล ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายโกสิทธิ์ นิลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและรักษาป่าควบคุมไฟป่า และคณะพร้อมสื่อมวลชน ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จำนวน 2 ลำ บินสำรวจพื้นที่ตามข้อร้องเรียนที่ยื่นต่อคณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วุฒิสภา กรณีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ และการใช้ที่ดิน ส.ป.ก. ผิดวัตถุประสงค์ รวมจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ ตายายแอดโฮม, ไร่ภัทราวรินทร์, วัดถ้ำแสงธรรม, วัดป่าผาน้ำเที่ยง, อาศรมมรรคง่าย และไร่เจ้าป่าคาเฟ่ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อ อ.สีชมพู–อ.ภูผาม่าน จ.ขอนแก่น และ อ.ภูกระดึง จ.เลย
หลังบินสำรวจพื้นที่คณะที่ปรึกษาฯได้เข้าประชุม ร่วมคณะทำงานในส่วนของพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) รายงานการทำงานที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในส่วนที่รับผิดชอบ หลังการประชุมคณะที่ปรึกษาฯ ได้เดินทางไปที่เจ้าป่าคาเฟ่ ซึ่งอยู่ที่บ้านผาสามยอด ต.ผานกเค้า อ.ภูกระดึง จ.เลย เนื่องจากจุดดังกล่าวเจ้าหน้าที่ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบ และตรวจวัดที่ดินที่ผู้ครอบครองทำกินนั้น มีที่ดินบางส่วนที่เมื่อเปรียบเทียบกับภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2557 ไม่ตรงกัน ในขณะเดียวกันก็มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ภูผาม่าน และผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ร่วมตรวจสอบด้วย
...
ซึ่งการเข้าตรวจสอบที่เจ้าป่าคาเฟ่นั้น คณะที่ปรึกษาฯได้พบกับสองพี่น้องที่เป็นผู้ครอบครองที่ดินต่อจากบิดา จึงได้มีการสอบถามและพูดคุยกัน ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ส่วนจัดการที่ดินป่าไม้ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 7 (ขอนแก่น) ก็ได้ทำการตรวจวัดพื้นที่ในส่วนที่เป็นที่ดินที่ไม่ตรงกับภาพถ่ายในปี 2557 และทำการตรวจแนวเขตที่ได้ปักหลักเอาไว้ หลังการดำเนินการทุกขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อย
พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า นำคณะเดินทางมาในครั้งนี้ เนื่องจากได้รับมอบหมายจาก นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้มาตรวจสอบเรื่องที่มีผู้ร้องเรียนมายังสมาชิกวุฒิสภา กรณีที่ดินถูกใช้เป็นรีสอร์ทและคาเฟ่ต่างๆ ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ป่าจริงหรือไม่
ซึ่งได้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพิ่มเติมในพื้นที่ ที่พบว่าเกิดการบุกรุก ว่ามีการบุกรุกเนื้อที่จำนวนเท่าไร โดยยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหากับใคร เพราะต้องรอการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ตามกระบวนการ ซึ่งเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่สามารถจับต้องได้ ไม่ใช่คำพูดลอยๆ เพื่อความเป็นธรรม ซึ่งหากถูกต้องก็ไม่มีปัญหา แต่หากพบว่าเป็นการกระทำความผิด มีการบุกรุกพื้นที่ป่าจริง ก็ต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายโดยไม่มีละเว้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องดูในส่วนอื่นๆ ด้วย รวมถึงเจตนา ว่ามีเจตนาบุกรุกพื้นที่ป่าหรือไม่ ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับพื้นที่ด้วย
“มาวันนี้ไม่ใช่กรณีของเจ้าเดียว แต่เป็นการตรวจสอบข้อร้องเรียนการใช้ที่ดินที่ไม่ถูกต้องทั้งหมด 6 แห่ง ทั้งของ ส.ป.ก. และของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนกรณีของช้างป่าสีดอหูพับล้มนั้น ตนได้รับข้อร้องเรียนเมื่อสองวันที่แล้ว ก็บอกได้เพียงว่าช้างป่าก็คงเดินอยู่ทั่ว ซึ่งหลังลงพื้นที่มาพบเจ้าของเจ้าป่าคาเฟ่ บอกว่าถูกนำไปโยงกับการร้องเรียนย้ายช้างป่าสีดอหูพับ สวนทางกับเจ้าของเจ้าป่าคาเฟ่ที่เป็นผู้อนุรักษ์ป่าและช้างอยู่แล้ว ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับเจ้าของเจ้าป่าในส่วนนี้ด้วย”

ที่ปรึกษา รมว.ทส. กล่าวอีกว่า จากการบินสำรวจพื้นที่ร้องเรียนทั้ง 6 แห่ง ก็จะพบว่ามีพื้นที่ ที่มีการใช้พื้นที่ที่ผิดเงื่อนไขนิดหน่อยในส่วนของ ส.ป.ก. เพราะพื้นที่ ส.ป.ก. นั้นจะต้องใช้เกี่ยวกับเกษตรกรรม แต่ถูกนำไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ ใช้เป็นคาเฟ่ ซึ่งก็ได้มีการทำหนังสือเตือน เพื่อให้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว และในส่วนของสถานที่ที่เป็นวัดนั้น ก็จะต้องดูในเรื่องของโครงสร้างความปลอดภัย เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับพระสงฆ์และญาติโยมที่มาทำบุญ
ด้านนายราชวัตร โพธิ์เตมี อายุ 40 ปี เจ้าของเจ้าป่าคาเฟ่ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า ขอใช้พื้นที่สื่อเพื่อขอความเป็นธรรมให้ตัวเองอีกครั้ง เพราะยังคงถูกเข้าใจว่าเป็นแกนนำไปร้องเรียนเรื่องช้าง ทั้งที่ตนเองไม่ได้เคยไปร้องเรียนแม้แต่ครั้งเดียว เพราะในพื้นที่ตรงนี้ไม่เคยมีช้างป่าเข้ามาปรากฏตัวแต่อย่างใด โดยช้างป่าจะอยู่อีกฝั่ง คืออยู่ที่อ.สีชมพู ระยะทางไกลกันถึง 60 กม. ช้างจะไม่มีการข้ามถนนเข้ามาในพื้นที่แถบนี้ จึงไม่ได้มีมูลเหตุที่จะทำให้ตนเองไปร้องเรียน แต่ที่กลายเป็นประเด็น เพราะถูกจับเอาชื่อเจ้าป่าไปโยงกับในกรณีที่มีการร้องศาลปกครองให้ย้ายช้างป่าสีดอหูพับออกไป
...
สำหรับพื้นที่ที่เป็นเจ้าป่าคาเฟ่นั้น เป็นพื้นที่ที่ตกทอดต่อ ๆ กันมาในครอบครัวตั้งแต่รุ่นปู่ย่ามารุ่นพ่อ และมารุ่นตนเอง โดยเมื่อก่อนที่พ่อแม่ตนเองยังมีกำลังก็เปิดเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรพอเพียงให้กับชาวบ้านในพื้นที่ พอมารุ่นตนเองก็ได้ทำคาเฟ่เล็ก ๆ เพื่อให้คนที่มาศูนย์เรียนรู้ได้นั่งพักผ่อน พูดคุย และเปิดเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์เท่านั้น
ในส่วนด้านบนที่เจ้าหน้าที่ชี้ว่าลุกล้ำป่านั้น มีเนื้อที่ประมาณ 2 งาน ตนก็ไม่ทราบว่าลุกล้ำอย่างไร เพราะตนไม่มีภาพถ่ายทางอากาศปี 2557 แต่พ่อแม่ก็พาอยู่อาศัยที่นี่มาตั้งแต่เกิด ก็มีการสร้างศาลาที่พักเล็ก ๆ จากเดิมที่ตนเองและครอบครัวปลูกต้นไม้ ต้นสัก จนเป็นป่าขึ้นมา และไม่ใช่รีสอร์ทหรือสนามกอล์ฟอย่างที่ถูกเอาไปกล่าวหา หากลุกล้ำตนก็ยินดีรื้อถอน แล้วปลูกต้นสักให้เป็นเหมือนเดิม เพราะตนเองปลูกต้นสักเองในพื้นที่ตรงนี้ และตัดมาทำนั่นทำนี่เล็ก ๆ น้อย ๆ จึงพร้อมจะปลูกต้นสักกลับคืน
“หากเจ้าหน้าที่จะแจ้งข้อกล่าวหาก็คงต้องปล่อยไปตามกระบวนการ ก็คงทำได้แค่ชี้แจงที่มาที่ไป ซึ่งชี้แจงได้ทั้งหมดเพราะเกิดและโตที่นี่ ถ้าหากจะถูกดำเนินคดีก็แล้วแต่บุญแต่กรรม เพราะตนเองเป็นเพียงประชาชนตัวเล็ก ๆ คงไม่สามารถไปสู้กับเจ้าหน้าที่รัฐได้ และก็ไม่กังวล เพราะเข้าใจกระบวนการ ซึ่งพร้อมทำให้ถูกต้อง แต่ที่น้อยใจคือ ถูกเอาชื่อไปร้องว่าเป็นแกนนำร้องศาลปกครองให้ย้ายช้าง ถ้าจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่มาตรวจครั้งนี้ก็ไม่ใช่ซะทีเดียว เพราะมีกรณีการย้ายช้างป่าสีดอหูพับ แต่เกิดช้างล้ม ก็กลายเป็นถูกโยงไปหมดจนลามมาถึงครอบครัวตน และบริเวณบ้านตนเองนั้นถ้าดูจากกูเกิลแมป จะเห็นว่าตั้งอยู่กลางหมู่บ้าน ซึ่งมีบ้านคนอื่น ๆ อยู่โดยรอบอีกหลายหลัง ก็กลัวจะกระทบกันไปหมด แต่ส่วนไหนผิดก็พร้อมทำให้ถูกต้อง และถ้าที่พ่อแม่พาครอบครัวอาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่ได้รับการตกทอดมาจากปู่ย่าและถูกกล่าวหาว่าลุกล้ำและผิดกฎหมาย แล้วประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ดินประเภทเดียวกับครอบครัวตน ทั้งหมู่บ้านตำบลและจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศจะต้องตรวจสอบด้วยหรือไม่ หรือเลือกตรวจสอบเฉพาะครอบครัวตน”
...