การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เปิดเผยว่าผลกระทบจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นในตลาดโลก ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการเดินรถไฟ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่ใช้อยู่เดือนละกว่า 8-9 ล้านลิตร คิดเป็นค่าใช้จ่ายราว 270 ล้านบาทต่อเดือน ทำให้ต้องพิจารณาปรับค่าโดยสารใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง
สถานการณ์ปัจจุบัน
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการ รฟท. เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงมีส่วนทำให้ค่าใช้จ่ายของการรถไฟเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยค่าน้ำมันเชื้อเพลิงกลายเป็นต้นทุนหลักในการดำเนินงาน ขณะที่รายได้จากค่าโดยสารยังคงอยู่ในระดับเดิม ทำให้เกิดความไม่สมดุลระหว่างรายรับและรายจ่าย
แนวทางการปรับปรุง
- การจัดการเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการผู้โดยสาร
- การเตรียมปรับพิกัดอัตราค่าโดยสารใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุน
- การพัฒนาเชิงพาณิชย์ในสถานีรถไฟเพื่อเพิ่มรายได้
การรถไฟได้มีการจัดการสำรองน้ำมันให้เพียงพอต่อการให้บริการ และขณะนี้กรมการขนส่งทางราง (ขร.) อยู่ระหว่างพิจารณาค่าพิกัดอัตราค่าโดยสารใหม่ ซึ่งจะช่วยให้สามารถปรับค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ในอนาคต
สรุป
การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหาต้นทุนที่สูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่ไม่แน่นอน และกำลังเร่งหามาตรการเพื่อให้บริการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพและเสถียรภาพในระยะยาว