ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางการขนส่งน้ำมันที่สำคัญที่สุดในโลก โดยน้ำมันดิบประมาณ 30% ของการขนส่งทางเราต้องผ่านช่องแคบนี้ และในปี 2024 คาดว่าจะมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 84% รวมถึงก๊าซ LNG กว่า 83% เดินทางผ่านช่องแคบดังกล่าวไปยังประเทศจีน อินเดีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ซึ่งรวมกันคิดเป็น 69% ของการนำเข้าทั้งหมด.

หากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด จะมีผลกระทบต่อประเทศผู้ซื้อสำคัญในเอเชีย โดยเฉพาะจีนที่นำเข้าน้ำมันถึง 90% จากอิหร่าน ส่งผลให้ต้นทุนเชื้อเพลิงในภาคการผลิตของจีนสูงขึ้น นอกจากนี้ ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันในอ่าวอาหรับ เช่น ซาอุดีอาระเบีย จะได้รับผลกระทบจากการหยุดชะงักนี้เช่นกัน.

การขนส่งพลังงานที่ติดขัดอาจดันราคาน้ำมันสูงถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งมีแนวโน้มจะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อทั่วโลกถึง 0.6-0.7% และทำให้ราคาก๊าซธรรมชาติสูงขึ้นตามไปด้วย.

ในขณะนี้ จำนวนเรือบรรทุกน้ำมันและก๊าซที่ทอดสมอรออยู่ในน่านน้ำรอบช่องแคบฮอร์มุซเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากเจ้าของเรือมีความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในการเดินเรือ หลังจากอิหร่านออกคำขู่เกี่ยวกับการปิดช่องแคบ.