“พิพัฒน์” นำถก ครม. แทนนายกฯ รัฐมนตรีลาพรึบ 11 คน ยอมรับ พรุ่งนี้ดีเซลขยับขึ้นหลักสตางค์ อั้นไม่เกิน 33 บ./ลิตร เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ส่งให้ภาคขนส่ง-เกษตร ชี้ต้องรอรัฐบาลใหม่ เซ็นค้ำประกันชดเชยกองทุนน้ำมัน ติดลบ 1.2 หมื่นล้าน หากไม่ทันเตรียมชง กกต. ขอเป็นกรณีพิเศษ
วันที่ 17 มีนาคม 2569 เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มอบหมาย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีเกียรติยศ ในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 16 - 18 มีนาคม 2569 โดยวันเดียวกันนี้มีรัฐมนตรีลาประชุม ได้แก่ 1.นายอนุทิน 2.ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ 3.พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมว.กลาโหม 4.นายสีหะศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ 5.นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมว.เกษตรและสหกรณ์ 6.นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม 7.นายอัครา พรหมเผ่า รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 8.น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม 9.น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.แรงงาน 10.นายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ11.นายองอาจ วงษ์ประยูร รมช.ศึกษาธิการ
รับ พรุ่งนี้ดีเซลขยับขึ้นหลักสตางค์ อั้นไม่เกิน 33 บ./ลิตร
ต่อมานายพิพัฒน์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้หารือถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ ขอให้กระทรวงพลังงานยืนยันว่าเรายังมีน้ำมันใช้ เนื่องจากเห็นหน้าสถานีบริการน้ำมัน เปิด-ปิด ซึ่งทางกระทรวงพลังงาน และบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ยืนยันจากข้อมูลเมื่อวานนี้ (16มี.ค.69) มีน้ำมันใช้ 96 วัน ดังนั้นยังมีน้ำมันสำรองอยู่ ส่วนที่มีปัญหาเกี่ยวกับสถานีบริการต่าง ๆ นั้น สาเหตุใหญ่เกิดจากการขนส่งไม่ทัน และที่สำคัญสถานีบริการที่มีบริษัทแม่ดูแลอยู่ เช่น เชลล์ ปตท. ซัสโก้ บางจาก และคาลเท็กซ์ ประมาณ 10,000 สถานีบริการ ส่วนสถานีที่ไม่มีแบรนด์ รวมถึงปั๊มหลอดตามหมู่บ้านต่าง ๆ ประมาณ 23,000 แห่งไม่มีน้ำมันจำหน่าย รถจำนวนมากต้องแห่เข้ามาใช้บริการสถานีของบริษัทแม่ดูแล ทำให้การเตรียมการไม่ทัน โดยเฉพาะระบบการขนส่งน้ำมันจากคลัง ทำให้สถานีบริการต้องปิดเป็นช่วง ๆ หรือบางสถานีบริการก็ขาดน้ำมันบางชนิด ซึ่งการแก้ไขปัญหาในส่วนนี้จะมีการหารือในคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยจะหารือมาตรการหลังจากนี้ ว่าจะทำอะไรต่อ
...
เมื่อถามถึงการตรึงราคาน้ำมันดีเซล นายพิพัฒน์ กล่าวว่าจะประชุมกันในช่วงเย็นวันนี้ แต่บอกได้เลยว่าในวันพรุ่งนี้ จะมีการขยับราคา ทั้งน้ำมันเบนซินและดีเซล ซึ่งเบนซินมีการขยับมาแล้วประมาณหนึ่งถึงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่น้ำมันดีเซลจะเริ่มขยับในวันพรุ่งนี้ แต่ยืนยันว่าจะขยับเพียงหลักสตางค์ไม่ถึงหลักบาท โดยจะเริ่มพรุ่งนี้เช้า ซึ่งจะมีการประชุมสรุปกันในช่วงเย็นวันนี้ (17 มี.ค.) ซึ่งจะอั้นราคาไว้ไม่เกิน 33 บาท
นายพิพัฒน์ ยังกล่าวต่อด้วยว่า ช่วงที่นายอนุทิน เข้ามา เป็นรัฐบาล 4 เดือน ราคาน้ำมันดีเซลลดลงมาเหลือ 32 บาท แต่ก่อนหน้านั้นเคยแตะขึ้นถึง 34.94 บาท และรัฐบาลนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งตอนนั้นก็ปรับลงมา จาก 35 บาท จากนี้ก็ต้องทยอยปรับขึ้นไป
เร่งปรับสูตรน้ำมัน B20 ส่งให้ภาคขนส่ง-เกษตร ลดปัญหาต้นทุนการขนส่ง
ส่วนที่ 2 จะมีการปรับสูตร ซึ่งน้ำมันเบนซินเราปรับเรียบร้อยแล้ว มี E10 E20 และ E85 ซึ่งเราจะเห็นโครงสร้างราคาที่มีราคาแตกต่างกัน ซึ่งการปรับสูตรผสมน้ำมันดีเซลก็จะเป็นลักษณะคล้ายกับเบนซิน ที่จะต้องมีการปรับสูตรและบวกราคาเพิ่มขึ้นไป และเมื่อเป็นโครงสร้างลักษณะแบบนี้เราก็จะต้องหาวิธี โดยเบื้องต้นเราจะส่ง B20 ให้ภาคอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และภาคการเกษตร ประมาณการตอนนี้ B20 จะลดจาก B7 ประมาณ 4-5 บาท แต่เป็นการประมาณการที่ยังไม่มีข้อสรุปซึ่งจะต้องเข้าในที่ประชุมในช่วงเย็นวันนี้
กองทุนน้ำมันติดลบ 1.2 หมื่นล้าน ต้องรอรัฐบาลใหม่เรื่องการค้ำประกันชดเชยกองทุนฯ
นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของกองทุนน้ำมัน ขณะนี้ติดลบอยู่ที่ 12,000 กว่าล้านบาท และ ได้หารือกันในวงประชุมเมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานว่ากองทุนน้ำมัน จะติดลบ 40,000 กว่าล้านบาทไม่ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องหาวิธีการแก้ไข ซึ่งตอนนี้ต้องรอให้มีรัฐบาลใหม่ที่มีอำนาจเต็มแถลงนโยบายต่อรัฐสภา กระทรวงการคลังถึงจะเซ็นค้ำประกันได้ เพราะการกู้เงินขณะนี้เท่าที่พูดคุยธนาคารกรุงไทยกับธนาคารออมสินน่าจะสามารถกู้ได้ประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท แต่หากมากกว่านั้นต้องให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน ในอดีตเราเคยติดลบสูงสุดประมาณ 120,000 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน แต่ตอนนี้ก็ต้องเป็นเรื่องของกองทุนที่จะต้องรับผิดชอบ แต่หากรัฐบาลใหม่มาไม่ทัน รัฐบาลที่รักษาการอยู่ในขณะนี้ต้องทำเรื่องไปถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ให้ยกเรื่องนี้เป็นกรณีพิเศษในกรณีที่เป็นเหตุสุดวิสัยจริงๆ
“อย่างไรก็แล้วแต่ขอยืนยันว่าน้ำมันไม่ขาดแน่นอน ในขณะนี้เรายังมีน้ำมันนอกอ่าวไม่น้อยกว่า 50% ที่ทาง ปตท. และกระทรวงพลังงานได้มีการเซ็นสัญญาต่อไปแล้ว และอีก 50% เราก็พยายามหาจากแหล่งน้ำมันอื่นเข้ามาเสริม และที่สำคัญเป็นข่าวดีครั้งใหญ่ เมื่อวานนี้นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้พูดคุยหารือ กับประเทศรัสเซียแล้ว ที่จะขอซื้อน้ำมันดิบจากรัสเซีย ซึ่งหากได้น้ำมันดิบจากประเทศรัสเซียก็จะไม่มีปัญหาแล้ว”
เมื่อถามว่าจะติดเงื่อนไขหรือไม่เนื่องจากสหรัฐอเมริกามีการกำหนดเงื่อนไขในการซื้อน้ำมันจากประเทศรัสเซีย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ต้องให้กระทรวงการต่างประเทศเจรจาต่อ เพราะเชื่อว่าวันนี้ทุกประเทศวิกฤต เชื่อว่าการเจรจาครั้งนี้จะได้รับการผ่อนคลาย