ครอบครัวเข้าเยี่ยม "ทักษิณ" ที่เรือนจำคลองเปรม บอกกำลังใจดี เปิดขั้นตอนพิจารณาผู้ต้องขังเด็ดขาด เข้าเกณฑ์พักโทษ คาดเสร็จสิ้น 31 มี.ค. นี้

เรือนจำกลางคลองเปรม วันที่ 30 มี.ค. นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.ณัฐฐิญา ปวงคำ ภรรยา น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามี เป็นตัวแทนครอบครัวเดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร พร้อมกับนายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ โดยยังคงมีกลุ่มคนเสื้อแดงเดินทางมาให้กำลังใจ

หลังจากใช้เวลาเข้าเยี่ยมนายทักษิณภายในเรือนจำฯ ประมาณ 30 นาที น.ส.พินทองทา กล่าวว่า “วันนี้คุณพ่อมีตาแดงเล็กน้อย น่าจะมาจากความดันและเรื่องเส้นเลือดฝอยนิดหน่อย แต่ไม่มีอะไร ท่านยังกำลังใจดี”

ด้านนายวิญญัติ กล่าวถึงการประชุมของคณะกรรมการระดับเรือนจำกลางคลองเปรม กรณีพิจารณารายชื่อผู้ต้องขังเด็ดขาดที่มีเกณฑ์ได้รับพิจารณาโครงการพักการลงโทษ ว่า “เรื่องนี้ตนไม่ทราบจริง ๆ น่าจะเป็นเรื่องภายใน ซึ่งตนไม่มีข้อมูล ส่วนกรณีที่กลุ่ม คปท. ได้ส่งหนังสือคัดค้านพักโทษนายทักษิณ ชินวัตร เพื่อขอให้กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม ทบทวนการพักโทษ ทางเรือนจำฯ ยังไม่มีอะไรแจ้งมา แต่เรื่องนี้ทางกลุ่ม คปท. เขาก็ทำเป็นประจำอยู่แล้ว แต่การดำเนินการใด ๆ ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง จะเอาความรู้สึกมาบอกว่าคนนั้นควรคนนี้ไม่ควร แบบนี้คงไม่ใช่ แต่ตนเชื่อว่าเรือนจำฯ มีกฎเกณฑ์อยู่แล้ว มีทั้งหลักเกณฑ์และหลักกฎหมาย ระเบียบ 

...


ทั้งนี้ เรื่องผลการพิจารณาที่ผู้สื่อข่าวสอบถามมานั้น ตนไม่ทราบจริง ๆ ส่วนเรื่องความคืบหน้าและข้อกังวลในคดีมาตรา 112 ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม อยู่ระหว่างดำเนินการแก้อุทธรณ์ อย่างไรก็ดี ในเรื่องของปัญหาน้ำมันขาดแคลน และมีราคาแพง ทางลูก ๆ ของท่านทักษิณก็ได้ให้สัมภาษณ์ไปแล้วว่าท่านทักษิณก็มีความเป็นห่วง แต่ท่านยังไม่ได้มีแนวทางแนะนำอะไร ซึ่งเรื่องวิกฤตน้ำมันก็เป็นข่าวดังไปทั่วโลก โดยเฉพาะสงคราม ยิ่งเราเป็นประเทศที่เป็นกลาง ก็ต้องดำรงสถานะของเราไว้”

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับกระบวนการพิจารณารายชื่อและคุณสมบัติของผู้ต้องขังเด็ดขาด เรือนจำกลางคลองเปรม ในรอบของนายทักษิณ ชินวัตร จะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งเรือนจำกลางคลองเปรมจะดำเนินการนำรายชื่อนักโทษเด็ดขาดที่มีคุณสมบัติครบถ้วนเข้าที่ประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษประจำเรือนจำ ประกอบด้วย ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เป็นประธาน ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมคุมประพฤติ ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และเจ้าพนักงานเรือนจำซึ่งผู้บัญชาการเรือนจำแต่งตั้ง จำนวน 2 คน เป็นคณะทำงาน และให้เจ้าพนักงานเรือนจำคนหนึ่งเป็นเลขานุการ 

จากนั้นคณะกรรมการฯ จะดำเนินการตรวจสอบบัญชีรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษ และเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเมื่อคณะกรรมการฯ เห็นชอบ ให้ผู้บัญชาการเรือนจำฯ เสนอรายชื่อนักโทษเด็ดขาดซึ่งสมควรได้รับพักการลงโทษไปยังกรมราชทัณฑ์


ขั้นตอนถัดไป คณะกรรมการระดับกรมราชทัณฑ์ พิจารณากลั่นกรองตรวจสอบความสมบูรณ์ครบถ้วนของเอกสารตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด และเสนอรายชื่อผู้ผ่านเกณฑ์ไปยังคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงยุติธรรม เป็นประธานอนุกรรมการ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาพฤตินิสัย อธิบดีกรมคุมประพฤติ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข ผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรม ผู้แทนสำนักงานอัยการสูงสุด ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกรมการปกครอง ผู้แทนกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่กำกับดูแลกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการ และมีผู้อำนวยการกองทัณฑปฏิบัติ เป็นอนุกรรมการและเลขานุการ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพักการลงโทษ เป็นอนุกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบพักการลงโทษ สั่งเพิกถอนพักการลงโทษ กำหนดเงื่อนไขการคุมประพฤติ กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษ และพิจารณาวินิจฉัยพักการลงโทษ ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 มาตรา 52 

เมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบการพักการลงโทษกับนักโทษเด็ดขาด โดยการนำเหตุปัจจัยมาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ไม่ว่าจะเป็นพฤติการณ์แห่งคดีที่ได้กระทำและการกระทำความผิดที่ได้กระทำมาก่อนแล้ว ระยะเวลาการคุมประพฤติ ความน่าเชื่อถือและความเหมาะสมของผู้อุปการะในการควบคุมดูแลนักโทษเด็ดขาดให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขจนกว่าจะพ้นโทษ มีพฤติการณ์ในระหว่างถูกคุมขังจนน่าเชื่อว่าได้กลับตนเป็นคนดี ผลกระทบด้านความปลอดภัยของสังคม และผ่านการแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู และพัฒนาพฤตินิสัยภายในเรือนจำ ตามข้อ 44 แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 นำมาพิจารณาประกอบด้วย

...

และเมื่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาวินิจฉัยการพักการลงโทษ หรือรัฐมนตรีอนุมัติพักการลงโทษและให้ปล่อยตัวนักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับพักการลงโทษ ให้แจ้งผลการอนุมัติให้ผู้บัญชาการเรือนจำทราบ และมีหนังสือแจ้งพนักงานคุมประพฤติและพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจในท้องที่ที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวเข้าไปพักอาศัยทราบภายในเวลาอันสมควร และนักโทษเด็ดขาดต้องไปรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติในที่ที่ไปพักอาศัยภายในระยะเวลาที่กำหนด และจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในหมวด 9 (เงื่อนไขที่นักโทษเด็ดขาดซึ่งได้รับการปล่อยตัวก่อนครบกำหนดโทษต้องปฏิบัติ) แห่งกฎกระทรวงกำหนดประโยชน์ของนักโทษเด็ดขาดฯ พ.ศ. 2562 ต่อไป