“อรรถพล” รมว.พลังงาน ย้ำปรับแผนถ่างส่วนต่าง E20 ห่างโซฮอล์ 95 ลิตรละ 3 บาท หวังดึงคนใช้ E20 มากขึ้น ขอประชาชนช่วยชาติประหยัดไฟ ปรับแอร์ที่ 26-27 องศาฯ เร่งคลอดมาตรการประหยัดพลังงานขั้นบันได
วันที่ 10 มีนาคม 2569 นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล กรณีประกาศปรับขึ้นราคาน้ำมันเบนซิน ว่า มาตรการของรัฐบาลคือการตรึงน้ำมันราคาดีเซล 15 วัน ในส่วนของน้ำมันเบนซิน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะเข้าไปช่วยบางส่วน และผู้ค้าก็จะดูตามความเหมาะสม ราคาจึงอาจจะมีขยับบ้าง แต่สาเหตุที่ทำให้ราคาน้ำมันเบนซินขยับในวันที่ 9 มีนาคม 2569 เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ ได้สร้างความแตกต่างในการช่วยเหลือน้ำมันเบนซินที่มีอยู่หลายชนิด
โดยน้ำมันเบนซิน หรือ E10 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 10% และ E20 ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 20% เดิมการช่วยเหลือของกองทุนน้ำมันฯ จะช่วยเหลือ E20 มากกว่า E10 จำนวน 1 บาท แต่เมื่อวันที่ 9 มีนาคม กองทุนน้ำมันฯ ปรับการช่วยเหลือ E20 มากกว่า E10 จำนวน 2 บาท เพื่อถ่างความช่วยเหลือตามกลไกของผู้ค้า คือ ปรับขึ้นแก๊สโซฮอล์ 95 ขึ้น 50 สตางค์ และลด E20 ลง 50 สตางค์ ซึ่งจะทำให้ผลต่างของราคาขายปลีกของน้ำมัน 2 ชนิดนี้ ที่เดิมต่างกัน 2 บาท ตอนนี้ก็จะแตกต่างกัน 3 บาท เป็นการจูงใจให้ใช้ E20 มากขึ้น ก็ขอรณรงค์ให้ประชาชนหันมาใช้ E20 ให้มากขึ้น เพื่อลดการใช้สัดส่วนน้ำมันพื้นฐานที่มาจากเบนซิน และเพิ่มการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพที่ผลิตในบ้านเรา ขณะที่สเปกน้ำมันดีเซล ที่ปรับจาก B5 เป็น B7 เพื่อเพิ่มปริมาณการใช้ไบโอดีเซลที่ทำจากน้ำมันปาล์มมากขึ้น
ส่วนมาตรการการประหยัดพลังงานที่จะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันนี้ นายอรรถพล เปิดเผยว่า มาตรการเป็นลำดับขั้น โดยสถานการณ์ ณ ตอนนี้จะเป็นการขอความร่วมมือการปรับอุณหภูมิห้องแอร์เพิ่มขึ้นเป็น 26-27 องศาเซลเซียส หากไม่จำเป็นก็ไม่ต้องผูกเน็กไทใส่สูท ยกเว้นการรับแขกบ้านแขกเมือง ประหยัดการใช้แสงสว่าง พักเที่ยงก็ให้ปิดไฟ Work From Home มากขึ้น ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ที่รัฐบาลได้ขอความร่วมมือให้ผู้ค้าจัดโปรแกรมตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์บางรายการฟรีเพื่อประหยัดพลังงาน เปลี่ยนน้ำมันเครื่องตามรอบ สิ่งเหล่านี้คือการรณรงค์ โดยต่อไปจะเป็นการบังคับ ก็ได้เตรียมการไว้แล้ว อยู่ที่ว่าจะนำมาใช้เมื่อไหร่.
...