"ไทยเบฟ" สนับสนุนการจัดงาน Royal Project Gastronomy Festival 2026 พร้อมส่งต่อความงดงามแห่งภูมิปัญญาไทย สู่ใจกลางสยาม


บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) "ไทยเบฟ" ร่วมสนับสนุนงาน Royal Project Gastronomy Festival 2026 จัดโดยมูลนิธิโครงการหลวง ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและภาคเอกชน ภายใต้แนวคิด Taste of Longevity: From Farm to Table เพื่อถ่ายทอดแนวคิดการกินอยู่เพื่อสุขภาพและความยั่งยืนให้ผู้บริโภคได้สัมผัสคุณค่าของอาหารเพื่อสุขภาพตั้งแต่ต้นน้ำสู่ปลายน้ำ พร้อมรังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบโครงการหลวง โดยมี ดร.ณรงค์ชัย พิพัฒน์ธนวงศ์ กรรมการบริหารมูลนิธิโครงการหลวง คุณน้ำฝน อังศุธรรังสี ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และผู้แทนหน่วยงานพันธมิตร เข้าร่วมในพิธีเปิด

ขณะที่ผู้เข้าชมงาน จะได้สัมผัสบรรยากาศและรสชาติแห่งความยั่งยืนจากยอดดอยหลวง กิจกรรม Workshop เพื่อเรียนรู้ ลงมือทำ และเชื่อมโยงกับธรรมชาติ และพบกับบูธร้านค้าจากไทยเบฟ ที่ได้รวบรวมผลิตภัณฑ์จาก "สารพัดสรรพศิลป์" มาให้เลือกช้อป ซึ่งเป็นสินค้าจากภูมิปัญญาไทยและความสามารถของคนในชุมชน อาทิ เครื่องเงินแบรนด์Smile Silver จากดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ทำงานเครื่องเงินร่วมกับชาติพันธุ์กะเหรี่ยงลำพูน / Treasure House เสื้อผ้างานปักมือที่ผสานความยั่งยืน / Eko เสื้อผ้ามัดย้อมสีธรรมชาติจากห้อม / ไม้หอม MINDHOM สมุนไพรจากธรรมชาติผสมผสานภูมิปัญญาไทยเพื่อดูแลสุขภาพและจิตใจแบบองค์รวมอย่างปลอดภัยไร้สารเคมี / คอร์แซร์ (Corsair) กระเป๋าผ้าด้นมือที่นำผ้าเก่าจากอินเดียมาขึ้นตัวกระเป๋าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว / บาติกเดอนารา ผ้าบาติกจากช่างเขียนฝีมือดี 

อย่างไรก็ตาม การร่วมสนับสนุนดังกล่าวนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของไทยเบฟในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก ผ่านการสร้างรายได้ สร้างอาชีพ และสร้างโอกาสให้ชุมชนมีความเข้มแข็งตลอดจนสามารถบริหารจัดการตนเองได้อย่างยั่งยืน 

...

ขณะที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ยังสนับสนุนการจัดโครงการประกวด "ศิลปกรรมช้างเผือก" อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 เพื่อส่งเสริม และผลักดันวงการศิลปะไทย พร้อมเปิดเวทีให้ศิลปินไทยได้แสดงศักยภาพ และทักษะฝีมืออันโดดเด่นเพื่อก้าวสู่เวทีระดับนานาชาติ ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้หัวข้อ "สืบสาน รักษา ต่อยอด" โดยมีคณะกรรมการ 9 ท่าน ประกอบด้วย คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ศาสตราจารย์เกียรติคุณพิษณุ ศุภนิมิตร ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ ศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ คุณนิติกร กรัยวิเชียร คุณวรรณพร พรประภา และ คุณมนุรดา พรชนะรักษ์ ร่วมพิจารณาคัดเลือกผลงานจากทั้งหมด 469 ชิ้น 

ทั้งนี้ ตัดสินให้ผลงาน "กิ่งก้านแห่งยุคสมัย" ได้รับรางวัลช้างเผือก รวมถึงรางวัลอื่นรวม 21 รางวัล ทั้งนี้ผลงานที่ได้รับรางวัล และผลงานที่ผ่านการคัดเลือกอีก 29 ผลงาน จะถูกนำมาจัดแสดงในนิทรรศการ เพื่อเผยแพร่สู่สาธารณชนและสะท้อนศักยภาพของศิลปินไทย

สำหรับผลงานที่ได้รับรางวัลช้างเผือก ได้แก่ "กิ่งก้านแห่งยุคสมัย" โดย คุณธีรพล สีสังข์ รับเงินรางวัล 1,000,000 บาท รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ "ดอยอ่างขาง" โดย คุณบุญมี แสงขำ รับเงินรางวัล 500,000 บาท รางวัลคุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี  ได้แก่ "Made in Thailand" โดย คุณเญอรินดา แก้วสุวรรณ รับเงินรางวัล 400,000 บาท รางวัล CEO AWARD ได้แก่ "ชีวิตใหม่ 2568 / New Life 2025" โดย คุณระพีพัฒน์ ผลรัตนไพบูลย์ รับเงินรางวัล 250,000 บาท นอกจากนี้ยังมีรางวัลรองชนะเลิศ 5 รางวัล รางวัลละ 200,000 บาท ประกอบด้วย คุณชยสิทธิ์ ออไอศูรย์ คุณธีรพล โพธิ์เปี้ยศรี คุณนารา วิบูลย์สันติพงศ์ คุณสุวิวัฒณ์ หวานอารมย์ คุณอภิชา วรรณกสิณ และรางวัลชมเชยอีก 12 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท รวมเงินรางวัลทั้งสิ้น 4,350,000 บาท 

คุณนิติกร กรัยวิเชียร ผู้อำนวยการโครงการส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรมช้างเผือก เกิดจากความตั้งใจของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เพื่อเฟ้นหาศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีความสามารถโดดเด่นในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะแบบเหมือนจริง (Realistic) และศิลปะรูปลักษณ์ (Figurative Art) โดยในแต่ละปีมีศิลปินจากทั่วประเทศส่งผลงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับเป็นเวทีสำคัญที่เปิดโอกาสให้ศิลปินจากทุกภูมิภาคได้แสดงศักยภาพ และถ่ายทอดแนวคิดผ่านผลงานของตน การประกวดในปีนี้นับเป็นครั้งที่ 15 โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผลงานของศิลปินได้สะท้อนความหลากหลายของมุมมองและรากวัฒนธรรมจากทั่วประเทศ เวทีนี้จึงไม่เพียงเปิดพื้นที่ให้ศิลปินได้แสดงศักยภาพทางศิลปะ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการสร้างโอกาส และพัฒนาศิลปินรุ่นใหม่ โดยใช้ศิลปะเป็นพลังสร้างคุณค่าทางสังคม เชื่อมโยงชุมชน วัฒนธรรม และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกัน สืบสาน รักษา และต่อยอดคุณค่าที่ดีงามอย่างยั่งยืน

ศาสตราจารย์ ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า การประกวดศิลปกรรมช้างเผือกครั้งนี้ จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 15 และได้รับความสนใจจากผู้สมัครทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของศิลปินไทยที่เริ่มฝึกฝน และพัฒนาฝีมือตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ หนึ่งในผลงานที่โดดเด่นคือ ธีรพล สีสังข์ จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ที่สร้างสรรค์ผลงานด้วยการถักทอเส้นทองแดง และโลหะ ซึ่งพัฒนาฝีมืออย่างต่อเนื่อง 

...

โดยในปีนี้ ผลงานของเขาแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่ก้าวสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพ ผมเชื่อว่าศิลปินไทยสามารถยืนหยัดบนเวทีนานาชาติได้อย่างภาคภูมิใจ จึงอยากเชิญชวนผู้ที่สนใจโดยเฉพาะเยาวชนให้ติดตามผลงาน และมาชมการจัดแสดงในครั้งนี้ เพื่อเรียนรู้พัฒนาการของศิลปิน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ และแรงบันดาลใจสำหรับการประกวดในครั้งต่อไป

ศาสตราจารย์เกียรติคุณถาวร โกอุดมวิทย์ คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า โครงการนี้ถือว่าประสบความสำเร็จทั้งในมุมของผู้จัด และศิลปิน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ชื่นชมทักษะฝีมือของศิลปินไทยอย่างใกล้ชิด จึงนับเป็นเวทีสำคัญในการสร้างและผลักดันศิลปินที่มีศักยภาพสู่สังคมศิลปะในวงกว้าง และในปีนี้ยังมีความร่วมมือกับมูลนิธิบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ เพื่อนำผลงานไปเชื่อมโยงกับเวทีศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ เปิดพื้นที่ให้ทั้งงานที่เน้นแนวคิดสร้างสรรค์ และงานที่เน้นทักษะได้อยู่ร่วมกันอย่างน่าสนใจ ความร่วมมือนี้จะช่วยขยายโอกาสให้ศิลปินไทยก้าวสู่เวทีศิลปะในระดับโลกได้มากยิ่งขึ้น

ขณะที่ ศาสตราจารย์ญาณวิทย์ กุญแจทอง คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า หัวข้อการประกวด สืบสาน รักษา ต่อยอด มีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้ศิลปินได้พัฒนาตนเอง ทั้งในด้านแนวคิด และรูปแบบการสร้างสรรค์ เพราะการกำหนดโจทย์ทำให้ศิลปินต้องออกจากกรอบเดิม ค้นพบมุมมองใหม่ และไม่หยุดอยู่กับรูปแบบหรือความคิดเดิมของตนเอง ศิลปินจากต่างจังหวัดมักนำประสบการณ์ตรง วิถีชีวิต และวัฒนธรรมท้องถิ่นมาเป็นแรงบันดาลใจ สะท้อนออกมาเป็นรูปทรงและเนื้อหาที่มีรากฐานชัดเจน ขณะที่ศิลปินในเมืองอาจมีการผสมผสานสื่อมีเดีย หรือแนวคิดร่วมสมัยเข้ามามากขึ้น ตลอดระยะเวลา 15 ปีที่ผ่านมา เวทีนี้จึงเป็นพื้นที่สำคัญที่ช่วยให้ศิลปินได้พัฒนาฝีมือและความคิดอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้เกิดการเรียนรู้ ทดลอง และต่อยอดผลงาน ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการเติบโตสู่การเป็นศิลปินมืออาชีพในระยะยาว

...

ศาสตราจารย์ทินกร กาษรสุวรรณ คณะกรรมการตัดสิน กล่าวว่า เกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากคุณภาพของผลงาน ความสอดคล้องกับหัวข้อ เทคนิค และกระบวนการสร้างสรรค์ รวมถึงความสมบูรณ์ของผลงานในภาพรวม ปีนี้มีผลงานส่งเข้าประกวดจำนวนมากกว่า 400 ชิ้น จากหลากหลายเทคนิค ทั้งงานจิตรกรรม ภาพพิมพ์ และสื่ออื่นๆ ซึ่งแต่ละเทคนิคมีคุณภาพ และลักษณะเฉพาะตัว ทำให้การพิจารณาในรอบแรกค่อนข้างเข้มข้น โดยเน้นความโดดเด่น ความแตกต่าง และพัฒนาการของศิลปินเป็นสำคัญ ผลงานที่ผ่านเข้ารอบมักสะท้อนให้เห็น ทั้งความแข็งแรงด้านเนื้อหา เทคนิค และความมุ่งมั่นในการทำงานอย่างต่อเนื่องในแนวทางของตนเอง ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของศิลปินมืออาชีพ เวทีนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพ แต่ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยผลักดันและต่อยอดศิลปินรุ่นใหม่ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องในวงการศิลปะ

ขอเชิญร่วมชมนิทรรศการศิลปกรรมช้างเผือก ครั้งที่ 15  จัดแสดงผลงาน "สืบสาน รักษา ต่อยอด" ณ ชั้น 9 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่วันที่ 24 มีนาคม – 17 พฤษภาคม 2569 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นองค์ประธานเปิดงานแสดง และพระราชทานรางวัลในวันที่ 22 เมษายน 2569 นอกจากนี้ผลงานบางส่วนนำไปจัดแสดงให้ชมอีกครั้งในงาน SX2026 ระหว่างวันที่ 6-15 พฤศจิกายน 2569.