ฟาราห์ ปาห์ลาวี พระชายาของ โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพี โดยกล่าวว่าการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านถือเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ไม่ทำให้ระบอบสาธารณรัฐอิสลามล่มสลายโดยอัตโนมัติ

คำกล่าวของเธอเกิดขึ้นหลังจากการโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอล ซึ่งส่งผลให้คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงเสียชีวิต ทำให้สถานการณ์ในตะวันออกกลางเกิดความวุ่นวาย พร้อมตั้งคำถามถึงอนาคตทางการเมืองของอิหร่าน

ฟาราห์ ปาห์ลาวี วัย 87 ปี กล่าวว่า “ระบบการปกครองจะไม่สิ้นสุดลงทันทีแม้จะมีบุคคลสำคัญเสียชีวิต” เธอยังเรียกร้องให้ประชาคมโลกเคารพอธิปไตยของอิหร่าน และสนับสนุนให้ประชาชนกำหนดอนาคตของตนเอง

เธอชี้ว่าปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของประเทศคือความสามารถของประชาชนในการรวมตัวเพื่อเปลี่ยนผ่านสู่รัฐที่มีระบบนิติธรรมอย่างสันติ

ฟาราห์ ปาห์ลาวี ยังกล่าวถึง เรซา ปาห์ลาวี บุตรชายของเธอ ซึ่งเป็นที่พูดถึงในเวทีโลกในช่วงการประท้วงที่เกิดขึ้นทั่วอิหร่าน โดยเรซาโพสต์ข้อความเรียกร้องให้ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ในอิหร่านร่วมมือกันสร้างเอกภาพของชาติ

ในขณะเดียวกัน ฟาราห์ ปาห์ลาวี ที่อาศัยอยู่ในปารีสตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านปี 1979 ยังเรียกร้องให้ประชาคมโลกสนับสนุนสิทธิพื้นฐานของชาวอิหร่าน รวมถึงสิทธิในการเลือกผู้นำและการแสดงความคิดเห็น

เธอย้ำว่าการสนับสนุนควรมุ่งไปที่ประชาชนไม่ใช่ผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์ และเรียกร้องให้ทางการอิหร่านใช้ความยับยั้งชั่งใจเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือด

การประท้วงในกรุงเตหะรานเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ถูกปราบปรามอย่างรุนแรง โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 7,000 คน และผู้ถูกจับกุมมากกว่า 53,000 คน

ฟาราห์ ปาห์ลาวี เคยกล่าวว่าการประท้วงครั้งล่าสุดของอิหร่าน “ไม่มีทางย้อนกลับได้” และชัยชนะของประชาชนจะเป็นชัยชนะของสันติภาพและเสถียรภาพของโลก