เปิดประวัติ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ เจ้าของฉายา “นักรบแห่งอีสานใต้” จากที่นั่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐบาลชุดที่แล้ว ผงาดขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
วันที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นที่จับตาในครม.อนุทิน 2 ว่าใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม คนต่อไป หลังมีข่าวสะพัดว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะเป็นคนนั่งควบกระทรวงดังกล่าวเอง เพื่อดูแลฝ่ายความมั่นคง ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา และสงครามในตะวันออกกลาง แต่แล้วในช่วงโค้งสุดท้าย ก็หลุดชื่อ บิ๊ก ด. ออกมา จนเป็นที่แน่ชัดแล้วว่า จะวางตัว พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุลย์” อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่ปัจจุบันนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในครม.อนุทิน 1 ขึ้นเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในครม.อนุทิน 2 แทน

ประวัติ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
สำหรับ พl.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ หรือ “บิ๊กดุลย์” เกิดเมื่อ 2 มิถุนายน 2507 ปัจจุบันอายุ 61 ปี เป็นคนจังหวัดบุรีรัมย์ โดยกำเนิด และเป็นบุตรของนายอุดม บุญธรรมเจริญ และนางทองอยู่ บุญธรรมเจริญ (เสียชีวิตแล้วเมื่อปี 2561 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ ณ วัดกลาง (พระอารามหลวง) จังหวัดบุรีรัมย์)
...
ชีวิตส่วนตัว สมรสกับ นางสุพิศ บุญธรรมเจริญ อดีตประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขากองทัพภาคที่ 2 มีบทบาทโดดเด่นในการทำงานด้านสังคมสงเคราะห์และดูแลสวัสดิการของครอบครัวกำลังพลในพื้นที่อีสานใต้ มีบุตรด้วยกัน 2 คน
การศึกษา “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
พล.ท.อดุลย์ เรียนจบโรงเรียนเตรียมทหาร รุ่นที่ 26 (ตท.26) โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า รุ่นที่ 37 (จปร.37) และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 61 ซึ่งเป็นรุ่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี
เริ่มรับราชการในพื้นที่อีสานใต้ (สุรินทร์-บุรีรัมย์) ส่วนตำแหน่งที่สร้างชื่อคือ ผู้บังคับการกรมทหารพรานที่ 26 (ผบ.กรม ทพ.26) ค่ายปักธงชัย/ค่ายบดินทรเดชา ซึ่งเป็นหน่วยรบหลักในการดูแลชายแดนไทย-กัมพูชา และยังได้รับความไว้วางใจอย่างสูงในเรื่องการบริหารจัดการมวลชนและการข่าวในพื้นที่ชายแดน
ในช่วงปี 2551-2554 ที่เกิดความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ได้มาดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 234 และต่อมาเป็น รองผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 เป็นผู้นำกำลังเข้าตรึงพื้นที่ในจุดวิกฤต ทั้งบริเวณ ปราสาทเขาพระวิหาร และปราสาทตาควาย-ตาเมือนธม ถือเป็นนายทหารที่ “รู้ซึ้ง” เรื่องภูมิศาสตร์และยุทธวิธีในพื้นที่นี้ดีที่สุดคนหนึ่ง จากนั้นเติบโตขึ้นเป็นผู้บังคับการกรมทหารราบที่ 23 (ผบ.ร.23) ที่เป็นหน่วยรบหลักของอีสานใต้, ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 6 (ผบ.พล.ร.6) และ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ซึ่งดูแลความมั่นคงตลอดแนวชายแดนอีสานตอนล่าง ก่อนขยับขึ้นสู่ระดับบริหารของกองทัพภาค ในตำแหน่งรองแม่ทัพภาคที่ 2
ต่อมาในปี 2566 ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็น แม่ทัพภาคที่ 2 (มทภ.2) คุมพื้นที่ภาคอีสานทั้งหมด 20 จังหวัด เน้นนโยบายสกัดกั้นยาเสพติด ตามแนวลำน้ำโขง และการสร้างความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านควบคู่ไปกับการรักษาอธิปไตย พล.ท.อดุลย์ ยังเป็นที่เคารพรักของเหล่านักรบชุดดำ ซึ่งเป็นกำลังพลส่วนใหญ่ที่ทำหน้าที่เฝ้าชายแดน และยังได้รับฉายา “นักรบแห่งอีสานใต้” ที่มาจากการรับราชการคลุกคลีอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะแนวชายแดนไทย-กัมพูชา มาเกือบตลอดอายุราชการ

เส้นทางการเมือง “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ
หลังเกษียณอายุราชการ พล.ท.อดุลย์ ได้รับแต่งตั้งเป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ในรัฐบาลอนุทิน 1 โดยถูกวางตัวให้ดูแลงานด้านความมั่นคงชายแดนและยุทธศาสตร์กองทัพ เนื่องจากมีความเข้าใจลึกซึ้งในปัญหาพื้นที่ไทย-กัมพูชา ทั้งในแง่ยุทธการและการเจรจา เมื่อเข้าสู่ ครม.อนุทิน 2 ชื่อของ พล.ท.อดุลย์ ยังสะพัด ติดโผในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โดยแหล่งข่าวระบุว่า นอกจากจะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น วปอ. 61 กับนายอนุทินแล้ว ยังมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้น กับ“บ้านใหญ่บุรีรัมย์” มาอย่างยาวนาน เนื่องจากเป็นคนพื้นที่เดียวกัน

