“ณณัฏฐ์” ยก 2 มือหนุนแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬา ชี้ถึงเวลาวงการกีฬาไทยเป็นฟันเฟืองหลักสร้างศักดิ์ศรีคนไทยบนเวทีโลก คืนลมหายใจให้จิตวิญญาณนักกีฬาไทย


วันที่ 11 มี.ค. 2569 นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช อดีตที่ปรึกษารมว.การท่องเที่ยวและกีฬาและอดีตสส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย(พท.)โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กถึงกรณีพรรคภูมิใจไทย(ภท.) มีแนวคิดแยกเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกระทรวงกีฬาว่า ในฐานะคนที่คลุกคลีอยู่ในวงการกีฬามาทั้งชีวิต ผมพูดได้เต็มปากว่า “วงการกีฬาต้องไปต่อ” ที่ผ่านมา “กีฬา” มักถูกมัดรวมไว้กับ “ท่องเที่ยว” จนกลายเป็นว่ากีฬาเป็นแค่ตัวประกอบหรือกิจกรรมเสริมเพื่อดึงคนมาเที่ยว ทรัพยากรส่วนใหญ่ถูกทุ่มไปที่อีเวนต์ใหญ่ๆ แต่รากฐานที่สำคัญที่สุดอย่าง “เยาวชน” และ “กีฬาชุมชน” กลับถูกละเลยจนเปราะบาง


นายณณัฏฐ์ กล่าวด้วยว่า สำหรับคนที่สงสัยว่าทำไมเราต้องแยก “กระทรวงกีฬา” ออกมาเป็นเอกเทศ? เพราะการสร้าง “คน” ผ่านกีฬา คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของชาติครับ ถ้าเราแยกกระทรวงได้ชัดเจน เราจะวางแผน “พีระมิดกีฬาไทย” ได้ตั้งแต่วันนี้ อย่างใน ระดับหมู่บ้าน-ตำบล ไม่ควรจะเป็นการแข่งปีละครั้ง แต่ต้องมี “ลานกีฬา 24 ชม.” มีอาสาสมัครผู้นำกีฬาที่ดูแลเยาวชน หรือประชาชนทั่วไปในชุมชนที่สนใจในกีฬา ให้เล่นกีฬาอย่างปลอดภัยในระดับอำเภอควรสร้าง “ศูนย์ฝึกช้างเผือก” ที่มีโค้ชและอุปกรณ์มาตรฐาน ไม่ต้องรอโชคช่วย แต่ใช้ระบบคัดกรองที่มีคุณภาพ สร้างรากฐานคนกีฬาอย่างจริงจัง


พร้อมเสนอว่า ในระดับจังหวัดควรยกระดับ “โรงเรียนกีฬา” ให้เป็นศูนย์ High Performance จริงๆ มีระบบลีกที่แข่งต่อเนื่องตลอดปี สร้างแนวทางอาชีพให้ทั้งนักกีฬา โค้ช และทุกองคาพยพของอุตสาหกรรมกีฬา ขณะที่ในระดับประเทศเน้นการใช้ “วิทยาศาสตร์การกีฬา” ขั้นสูงและผลักดัน “อุตสาหกรรมกีฬา” (Sport Industry) อย่างเป็นระบบ ให้สร้างรายได้เข้าประเทศมหาศาลเหมือนที่ญี่ปุ่นทำสำเร็จมาแล้ว

...


ดังนั้นหากมองในมุมการทำงานแล้วการแยกกระทรวงไม่ใช่การเพิ่มงบประมาณแบบสูญเปล่าอย่างที่หลายคนคิด แต่มันคือการ “คืนลมหายใจ” ให้จิตวิญญาณนักกีฬาไทย และเป็นการลดงบสาธารณสุขในระยะยาวเพราะคนไทยแข็งแรงขึ้น ถึงเวลาที่วงการกีฬาไทยต้องเลิกเป็นแค่ “ตัวประกอบ” แต่ต้องเป็น “ฟันเฟืองหลัก” ในการสร้างชาติ สร้างวินัย และสร้างศักดิ์ศรีของคนไทยบนเวทีโลก! ยังไงก็ชูสองมือสนับสนุนการแยกกระทรวง และตั้งกระทรวงกีฬาเพื่อคนไทยและเยาวชนไทย