“สุภานันท์” สส.เชียงใหม่ กล้าธรรม ชี้ ปัญหาคนดอยเข้าไม่ถึงไฟฟ้า-ถนน-เน็ต มองนโยบายรัฐบาลดี แต่ยังไม่ถึงคนชายขอบ แนะเร่งขยายสาธารณูปโภคพื้นฐาน-ยกระดับทางหลวง-ดูแลผู้สูงอายุ

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 10 เมษายน 2569 ในการประชุมรัฐสภาเพื่อพิจารณาคำแถลงนโยบายของรัฐบาล น.ส.สุภานันท์ ปัญญาทิพย์ สส.เชียงใหม่ เขต 6 พรรคกล้าธรรม อภิปรายสะท้อนปัญหาการเข้าถึงสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล โดยเฉพาะในอำเภอพร้าว เชียงดาว เวียงแหง และบางพื้นที่ของอำเภอไชยปราการ ที่ยังขาดไฟฟ้า น้ำประปา ถนน และสัญญาณสื่อสารอย่างทั่วถึง แม้นโยบายของรัฐบาลหลายด้านจะเป็นเรื่องที่ดี หากสามารถนำไปปฏิบัติได้จริง แต่ต้องไม่ลืมว่าปัจจุบันยังมีประชาชนจำนวนมากที่ยังเข้าไม่ถึงบริการพื้นฐานตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการใช้ชีวิตและการเรียนรู้

...

น.ส.สุภานันท์ ระบุว่า นโยบาย เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา จะเกิดขึ้นจริงได้ยาก หากในหลายหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ หรือมีเพียงโซลาร์เซลล์ที่ไม่เพียงพอ รวมถึงยังขาดสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ทำให้เด็กในพื้นที่ห่างไกลไม่สามารถเรียนออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตต่อนโยบายพัฒนาระบบประกันสุขภาพให้ประชาชนรักษาได้ทุกที่ว่า แม้เป็นแนวคิดที่ดี แต่สภาพความเป็นจริงในพื้นที่ภูเขาและชนบทห่างไกลยังเป็นอุปสรรคสำคัญ เพราะถนนหลายสายยังชำรุดและไม่ปลอดภัย ส่งผลต่อการเดินทางของประชาชนและการส่งต่อผู้ป่วยฉุกเฉิน

น.ส.สุภานันท์ ยกตัวอย่างกรณีอำเภอพร้าว ซึ่งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่เกือบ 100 กิโลเมตร โดยในปี 2567 รถพยาบาลของโรงพยาบาลพร้าวประสบอุบัติเหตุถึง 2 ครั้ง บนถนนสายเชียงใหม่-พร้าว ส่งผลให้มีผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์เสียชีวิต ขณะที่ถนนสาย 107 เชียงใหม่-แม่จัน ซึ่งเป็นเส้นทางหลักของอำเภอเชียงดาว ไชยปราการ ฝาง และแม่อาย ก็มีจุดเสี่ยงจำนวนมาก กรณีฉุกเฉินเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่โรงพยาบาลแม่อายต้องประสานทีม Sky Doctor จากโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เข้ารับผู้ป่วยทางอากาศ เพื่อลดเวลาเดินทางจาก 4-5 ชั่วโมง เหลือเพียง 45 นาที เพื่อรักษาชีวิตผู้ป่วยได้ทันท่วงที ส่วนอำเภอเวียงแหง ถนนสาย 1322 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมเวียงแหง-เชียงดาว ปัจจุบันมีสภาพทรุดตัวและชำรุดเสียหายหลายจุด จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้จริง

สำหรับนโยบายยกระดับบริการสุขภาพด้วย AI ทางการแพทย์ น.ส.สุภานันท์ เห็นว่า แม้เป็นเรื่องสำคัญในอนาคต แต่รัฐบาลต้องไม่มองข้ามข้อจำกัดของพื้นที่ห่างไกล รวมถึงกลุ่มผู้สูงอายุ เด็ก และกลุ่มเปราะบาง ที่ยังขาดอุปกรณ์ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐานรองรับ

ในด้านนโยบายดูแลผู้สูงอายุและกลุ่มเปราะบาง น.ส.สุภานันท์ เสนอให้รัฐจัดงบอบรมคนในครอบครัวควบคู่กับการมีพยาบาลอาสาประจำหมู่บ้าน เพื่อให้สามารถดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง เพราะหลังเวลาราชการ ครอบครัวยังเป็นผู้ดูแลหลัก ส่วนแนวคิดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดทุกอำเภอ ควรมีระบบคัดกรองผู้เสพก่อนเข้ารับการบำบัด เพื่อประเมินระดับอาการและความเหมาะสมในการรักษา พร้อมเสนอให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เช่น จัดเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองหรือตำรวจดูแลตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อความปลอดภัยของชุมชน

“ดิฉันหวังว่ารัฐบาลจะพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในทุกพื้นที่ ให้ประชาชนเข้าถึงสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้อย่างเท่าเทียม เพื่อให้นโยบายที่แถลงไว้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมกับประชาชนทุกคน”