ซีอีโอของสายการบินแอร์อินเดีย ตัดสินใจประกาศลาออกจากตำแหน่งก่อนจะครบวาระ หลังจากพยายามกอบกู้สายการบินแห่งนี้จากภาวะขาดทุน และผลกระทบจากเหตุเครื่องบินตก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 7 เม.ย. 2569 ว่า นายแคมป์เบลล์ วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ (CEO) ของสายการบินแอร์อินเดีย (Air India) ประกาศลาออกจากตำแหน่งแล้ว ในขณะที่สายการบินกำลังเผชิญกับภาวะขาดทุน และผลกระทบจากเหตุเครื่องบินตกครั้งร้ายแรงเมื่อปีที่แล้วซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปถึง 260 ศพ

แอร์อินเดียระบุว่า วิลสัน ซึ่งเดิมมีกำหนดครบวาระการดำรงตำแหน่งในปี 2570 จะยังคงปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเดิมต่อไปก่อน จนกว่าจะมีการแต่งตั้งผู้สืบทอด โดยคณะกรรมการบริหารของแอร์อินเดียได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งเพื่อสรรหาผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจากวิลสันให้ได้ภายในไม่กี่เดือนข้างหน้า

นายวิลสัน อดีตผู้บริหารของสิงคโปร์แอร์ไลน์ถูกดึงตัวมาเพื่อนำทัพฟื้นฟูกิจการ หลังจากที่กลุ่มบริษัท “ทาทา กรุ๊ป” (Tata Group) ได้ซื้อกิจการแอร์อินเดียคืนจากรัฐบาลอินเดียเมื่อปี 2565 ภายหลังประสบภาวะขาดทุนมาอย่างยาวนานหลายปี

ในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง แอร์อินเดียได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงฝูงบินและโครงสร้างการดำเนินงานใหม่ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องต่อสู้กับปัญหาด้านความปลอดภัยและความท้าทายในการปฏิบัติงาน

ทางสายการบินเปิดเผยว่า วิลสันได้แจ้งต่อ นายนันตรชาน จันทรเสการัน (Natarajan Chandrasekaran) ประธานบริหารแอร์อินเดีย มาตั้งแต่ปี 2567 แล้วเขามีความประสงค์จะก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2569 และเขาได้พยายามทำงานเพื่อให้แน่ใจว่าองค์กรมีความ “มั่นคงเพียงพอสำหรับการเปลี่ยนผ่าน”

“ถึงเวลาที่เหมาะสมแล้วที่ผมจะส่งต่อบังเหียนสำหรับการเข้าสู่ก้าวย่างต่อไปของแอร์อินเดีย” นายวิลสันระบุในข้อความภายในที่ส่งถึงพนักงานแอร์อินเดีย “บริษัทได้ผ่านการปรับโฉมอย่างครอบคลุม ทั้งการพัฒนาระบบให้ทันสมัย การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ และการยกระดับมาตรฐานการบริการและการปฏิบัติงานทั้งภาคพื้นดินและบนอากาศ”

...

“เราได้เพิ่มเครื่องบินใหม่กว่า 100 ลำ เกือบจะเสร็จสิ้นการปรับปรุงเครื่องบินลำตัวแคบรุ่นเก่า และเริ่มนำเครื่องบินลำตัวกว้างที่มีการตกแต่งภายในแบบใหม่มาให้บริการ ในขณะเดียวกัน เราได้วางรากฐานโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ... เพื่อสนับสนุนเป้าหมายระยะยาวของเรา” วิลสันระบุ

ทั้งนี้ แอร์อินเดียเผชิญกับการถูกละเลยมานานหลายปีในช่วงที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ และสายการบินยังคงมีผลประกอบการขาดทุนนับตั้งแต่กลับคืนสู่ภาคเอกชนเมื่อ 4 ปีก่อน โดยในปี 2567-2568 แอร์อินเดียและสายการบินราคาประหยัดในเครือ รายงานผลขาดทุนรวมกันประมาณ 9.8 หมื่นล้านรูปี (ราว 3.4 หมื่นล้านบาท)

เหตุการณ์เครื่องบินตกในเส้นทางอาห์เมดาบัด-ลอนดอน เมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน ถือเป็นอุปสรรคครั้งใหญ่ต่อการพัฒนาของแอร์อินเดีย

หน่วยงานกำกับดูแลของอินเดียกำลังอยู่ในช่วงสรุปผลการสอบสวนเหตุเครื่องบินตกดังกล่าว และคาดว่าจะเผยแพร่รายงานฉบับสมบูรณ์ภายในวันที่ 12 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบหนึ่งปีของเหตุการณ์ดังกล่าว

อนึ่ง ภาคการบินของอินเดียกำลังเผชิญกับความกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น, เส้นทางการบินระหว่างประเทศที่หยุดชะงักเนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง, ความล่าช้าในการส่งมอบเครื่องบิน และการตรวจสอบที่เข้มงวดขึ้นจากหน่วยงานกำกับดูแล

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา อินดิโก (IndiGo) ซึ่งเป็นคู่แข่งและเป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของอินเดีย ได้แต่งตั้ง วิลลี วอลช์ ผู้คร่ำหวอดในอุตสาหกรรมการบิน ให้ดำรงตำแหน่งซีอีโอคนใหม่ เพื่อช่วยให้บริษัทเติบโตท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว


ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign


ที่มา : bbc