กรมทางหลวงชนบท (ทช.) สั่งหยุดงานก่อสร้างพร้อมคืนพื้นผิวจราจรทั่วประเทศ เตรียมรับมือคลื่นประชาชนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 เปิดแผนปฏิบัติการเข้ม 3 ระยะ ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุ-ผู้เสียชีวิตไม่น้อยกว่า 5% พร้อมแนะประชาชนวางแผนการเดินทางล่วงหน้า

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 2569 ว่า ทช. ได้มอบหมายให้สำนักทางหลวงชนบททั่วประเทศ ดำเนินการหยุดงานก่อสร้างในทุกโครงการ พร้อมทั้งคืนผิวจราจรให้ประชาชนสัญจรได้อย่างสะดวกและปลอดภัยที่สุด

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)

นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)
นายพิชิต หุ่นศิริ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)

นอกจากนี้ ยังสั่งการให้เพิ่มไฟฟ้าแสงสว่างให้เพียงพอ และเฝ้าระวังจุดเสี่ยงต่างๆ อย่างเข้มงวด ทั้งในพื้นที่ก่อสร้าง ทางแยก ทางข้าม และจุดตัดทางรถไฟกับถนนทางหลวงชนบท โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดจำนวนอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บ และผู้เสียชีวิตบนถนนทางหลวงชนบทให้ลดลงไม่น้อยกว่า 5% เมื่อเทียบกับสถิติที่ผ่านมา

...

เปิดแผน ทช. รับมือสงกรานต์ 69 แบ่ง 3 ระยะ

เพื่อประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย ทช. ได้แบ่งช่วงเวลาการดำเนินการออกเป็น 3 ระยะ ดังนี้:

1.ช่วงเตรียมความพร้อมและรณรงค์ (3 - 9 เมษายน 2569)

  • ตรวจสอบและปรับปรุงป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร ไฟฟ้าแสงสว่าง และไฟสัญญาณจราจรให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
  • เตรียมความพร้อมโครงการก่อสร้างและบูรณะถนนหรือสะพาน เพื่อคืนพื้นผิวจราจร
  • ตรวจสอบและเตรียมระบบสายด่วน 1146, กล้อง CCTV และระบบวิทยุสื่อสาร
  • รณรงค์ประชาสัมพันธ์การเดินทางอย่างปลอดภัยบนทางหลวงชนบท
  • ตรวจสอบและปรับปรุงป้ายจราจร เครื่องหมายจราจร ไฟฟ้าแสงสว่าง และไฟสัญญาณจราจรให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์
  • เตรียมความพร้อมโครงการก่อสร้างและบูรณะถนนหรือสะพาน เพื่อคืนพื้นผิวจราจร
  • ตรวจสอบและเตรียมระบบสายด่วน 1146, กล้อง CCTV และระบบวิทยุสื่อสาร
  • รณรงค์ประชาสัมพันธ์การเดินทางอย่างปลอดภัยบนทางหลวงชนบท
  • 2. ช่วงควบคุมเข้มข้น (10 - 19 เมษายน 2569)

    • คืนพื้นผิวจราจร พร้อมหยุดงานก่อสร้างและจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
    • จัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัด
    • ตั้งหน่วยบริการประชาชนตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
    • จัดเจ้าหน้าที่ประจำการสายด่วน 1146, CCTV และวิทยุสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง
    • จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังอุบัติเหตุ ช่วยเหลือรถเสีย และประสานงานกู้ภัย
    • กรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่: เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและหาแนวทางแก้ไขทันที
  • คืนพื้นผิวจราจร พร้อมหยุดงานก่อสร้างและจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกตลอดเส้นทาง
  • จัดตั้งศูนย์ความปลอดภัยทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทำงานร่วมกับหน่วยงานระดับจังหวัด
  • ตั้งหน่วยบริการประชาชนตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่
  • จัดเจ้าหน้าที่ประจำการสายด่วน 1146, CCTV และวิทยุสื่อสารตลอด 24 ชั่วโมง
  • จัดชุดลาดตระเวนเฝ้าระวังอุบัติเหตุ ช่วยเหลือรถเสีย และประสานงานกู้ภัย
  • กรณีเกิดอุบัติเหตุใหญ่: เจ้าหน้าที่จะลงพื้นที่ภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อวิเคราะห์สาเหตุและหาแนวทางแก้ไขทันที
  • 3. ช่วงหลังเทศกาล (20 - 26 เมษายน 2569)

    • รวบรวมและสรุปข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ เพื่อวิเคราะห์และประมวลผลหาแนวทางป้องกันในอนาคต
    • สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงหรือแก้ไขจุดอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุในช่วงควบคุมเข้มข้น
    • เร่งปรับปรุงแก้ไขระยะสั้นในจุดที่เกิดอุบัติเหตุให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
  • รวบรวมและสรุปข้อมูลสถิติอุบัติเหตุ เพื่อวิเคราะห์และประมวลผลหาแนวทางป้องกันในอนาคต
  • สนับสนุนงบประมาณปรับปรุงหรือแก้ไขจุดอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุในช่วงควบคุมเข้มข้น
  • เร่งปรับปรุงแก้ไขระยะสั้นในจุดที่เกิดอุบัติเหตุให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด
  • แนะ ปชช. วางแผนเดินทาง-ประหยัดพลังงาน

    ...

    อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวทิ้งท้ายว่า ทช. ขอความร่วมมือประชาชนให้ศึกษาเส้นทางและวางแผนการเดินทางล่วงหน้า เพื่อความสะดวกรวดเร็ว รวมทั้งคำนึงถึงการใช้เชื้อเพลิงและพลังงานอย่างเหมาะสม เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงาน

    ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเส้นทาง แจ้งเหตุฉุกเฉิน หรือขอความช่วยเหลือได้ที่แขวงทางหลวงชนบททั่วประเทศ หรือติดต่อ สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146

    อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม