นายกรัฐมนตรี แต่งตั้ง “เอกนิติ” เป็นประธานคณะกรรมการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมัน ตามคาด หลังกระแสต้าน “พิพัฒน์” แรงไม่หยุด กำหนดหน้าที่ให้ศึกษาราคาที่เหมาะสมภายใน 15 วัน
วันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรีเรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 3) มีใจความว่าโดยที่สถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีความผันผวนสูงมากอันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงในเร็ววัน และที่ผ่านมารัฐบาลได้เร่งดำเนินมาตรการต่าง ๆเพื่อให้มีน้ำมันเพียงพอต่อการบริโภคในประเทศ แต่ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนและต้นทุนการประกอบธุรกิจ อีกทั้งยังมีความไม่ชัดเจนในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่งและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาน้ำมันเชื้อเพลิงอันเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาขายปลีก
สมควรให้มีคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่งเพื่อศึกษาแนวทางที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่นและค่าการตลาดของน้ำมันเชื้อเพลิงให้สะท้อนราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อลดภาระประชาชนอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ 2 ให้มีคณะกรรมการศึกษาความเหมาะสมในการกำหนดต้นทุนราคาน้ำมันเชื้อเพลิง (คตร.)
ประกอบด้วย
(1) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานกรรมการ
...
(2) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการ
(3) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ
(4) นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ เป็นกรรมการ
(5) ดร. พรายพล คุ้มทรัพย์ เป็นกรรมการ
(6) ดร. อนุสรณ์ แสงนิ่มนวล เป็นกรรมการ
(7) ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ เป็นกรรมการ
(8) ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการ
(9) ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นกรรมการ
(10) ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นกรรมการและเลขานุการ
(11) ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
(12) อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เป็นผู้ช่วยเลขานุการ
โดยให้ คตร. มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(1) ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการกำหนดค่าการกลั่น ค่าการตลาด ค่าขนส่ง ค่าใช้จ่าย
ในการเก็บรักษาของน้ำมันเชื้อเพลิงและเสนอผลการศึกษาต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
(2) ศึกษาหลักเกณฑ์ที่เหมาะสมในการคำนวณราคาและกำหนดราคาสำหรับราคาขายส่ง
หน้าโรงกลั่น ราคาขายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา มาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติ
การค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณา
(3) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย
ให้ คตร. เสนอผลการศึกษาตาม (1) และ (2) ต่อคณะรัฐมนตรีภายใน 15 วันนับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ
ข้อ 4 ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้ คตร. มีอำนาจเข้าไปในสถานที่ใด ๆ หรือสั่งให้บุคคลใดให้ข้อเท็จจริงหรือส่งเอกสารใด ๆ เพื่อประกอบการพิจารณาก็ได้