กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์ใหม่ที่มุ่งหวังจะเพิ่มสัดส่วนทหารหญิงในกองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) เป็น 13% ภายในเดือนมีนาคม ปี 2036 จากปัจจุบันที่มีเพียง 9% โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดึงดูดคนรุ่นใหม่ให้เข้าร่วมกองทัพมากขึ้น

แผนนี้เกิดขึ้นหลังจากการเปิดเผยประสบการณ์การล่วงละเมิดทางเพศของอดีตทหารหญิงที่ชื่อ รินะ โกโนอิ ซึ่งสร้างความตระหนักรู้ถึงปัญหาภายในกองทัพและนำไปสู่การยอมรับความผิดของภาครัฐ

กระทรวงกลาโหมระบุว่ากำลังเร่งปรับปรุงสภาพแวดล้อมภายในฐานทัพ เช่น การสร้างห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ และพื้นที่พักอาศัยสำหรับผู้หญิง รวมถึงการจัดสรรพื้นที่ส่วนตัวบนเรือรบ

ญี่ปุ่นเผชิญกับความตึงเครียดทางภูมิศาสตร์จากการขยายอิทธิพลของจีน ซึ่งทำให้กองทัพต้องเพิ่มงบประมาณและกำลังรบ ขณะเดียวกันก็ต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนกำลังพลถึง 10% จากจำนวนตำแหน่งทั้งหมด 250,000 นาย

นอกจากนี้ กระทรวงกลาโหมยังเชื่อว่าการเพิ่มจำนวนทหารหญิงจะช่วยเสริมสร้างมุมมองที่หลากหลายในการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะในด้านการบรรเทาสาธารณภัย