นายกฯ เดินตรวจราคาสินค้า “โครงการไทยช่วยไทย” แนะจัดโซนเฉพาะให้หาง่าย พร้อมเชิญชวนประชาชน ซื้อสินค้าร่วมโครงการ ยันคนละครึ่งพลัสมาแน่ เจอประชาชนร้อง “ช่วยหน่อยน้ำมันแพง” ชายบุกถาม “รวยไม่ไหวแล้วประชาชนหรือนายทุน”
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 4 เม.ย. 2569 ที่โลตัสบางกะปิ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมนายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย(ภท.) ในฐานะอดีตเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่สำรวจราคาสินค้าในโครงการไทยช่วยไทย โดยนายกฯสวมชุดลำลองเสื้อยืดกางเกงขายาวสีกรมท่า
โดยทันทีที่เดินทางถึงมีประชาชนเข้ามาทักทายบอก “ได้เจอตัวจริงหล่อกว่าในทีวี” และมีประชาชนหลายคนเข้ามาขอถ่ายภาพพูดคุยบอกว่า “ที่ผ่านมาก็ได้รับโครงการคนละครึ่ง”
นอกจากนี้ มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาถามนายกฯว่า “รวยไม่ไหวแล้วหมายถึงประชาชนหรือนายทุนน้ำมัน” โดยนายกฯไม่ได้ยินคำถามดังกล่าวเพราะอยู่ระหว่างถ่ายรูปกับประชาชน
จากนั้น นายกฯได้เดินต่อมาด้านใน ศูนย์การค้าโลตัสเพื่อดูสินค้าที่เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยลดภาระค่าครองชีพ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลช่วยประชาชนในช่วงวิกฤตตะวันออกกลาง ที่มีทั้งสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น โดยมีการติดป้ายอย่างชัดเจนว่า “ร่วมโครงการไทยช่วยไทย” โดยนายกฯได้แนะนำให้จัดสินค้าที่อยู่ในโครงการไทยช่วยไทย อยู่ในโซนเดียวกันเพื่อให้ประชาชนเลือกซื้อง่าย พร้อมเชิญชวนให้ประชาชนซื้อสินค้าในโครงการไทยช่วยไทยเนื่องจากราคาจะถูกกว่า 20% และเป็นสินค้าที่มีคุณภาพ

...
ช่วงหนึ่งนายกฯ ยังกล่าวกับประชาชนว่า “มาวันนี้มาสำรวจราคาสินค้า และอยากให้ซื้อสินค้าที่มีป้ายโครงการไทยช่วยไทยเพราะราคาถูก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระหว่างนายกฯเดินดูสินค้าที่เข้าร่วมโครงการยังมีประชาชน เดินเข้ามาบอกว่า “นายกฯให้ช่วยหน่อย น้ำมันแพง ไปไหนไม่ได้ ทุกวันนี้ไม่กล้าไปไหนอยู่แต่ในบ้าน สินค้าแพงนายกฯ ช่วยหน่อย ประชาชนตายแน่ นายกฯ ช่วยด้วย ลูกสะใภ้ขายของ ขายไม่ได้เลย”
ภายหลังเดินดูสินค้าโครงการไทยช่วยไทย นายกฯได้แวะร้านนาฬิกา และซื้อนาฬิกาข้อมือ CASIO โดยนายกฯ กล่าวว่า “เคยใส่ตอนเด็ก” เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า ทำไมจึงตัดสินใจซื้อ นายกฯได้ยกป้ายหน้าร้านที่เขียนว่า Sale 60% ให้ดู
จากนั้น เวลา 15.20 น. นายกฯให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจราคาสินค้า ว่า “ไม่เชิงเป็นการสุ่มตรวจ เพียงแต่ตนสนใจว่าหลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ จัดให้มีสินค้าอุปโภคบริโภค ประหยัดกว่าราคาปกติ จึงอยากมาดูว่าการกระจายสินค้าเหล่านี้มีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด จึงมาดูที่โลตัสบางกะปิเป็นที่แรก ซึ่งผู้จัดการห้างได้รายงานว่า มีสินค้าที่ราคาต่ำกว่าปกติหลายตัว เพียงแต่อาจไม่ใช่แบรนด์ที่คุ้นหูคุ้นตา เพราะเอาค่าการตลาดออกจึงนำมาขายถูกได้ ขอเชิญชวนให้ประชาชนเวลามาห้าง ทุกห้างไม่ใช่เฉพาะโลตัส จะมีสินค้าประเภทนี้จำหน่าย ราคาเฉลี่ยต่ำกว่าราคาทั่วไป 20-30%”
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนให้พี่น้องประชาชนเวลาออกไปตามห้างต่างๆ ดูสินค้าที่มีป้ายไทยช่วยไทยตรงนี้ทำให้ประชาชนได้สินค้าที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างปกติแต่มีราคาที่ต่ำลงมาหลายสตางค์อยู่
จากนั้นนายกฯได้พูดคุยกับประชาชน โดยได้มีประชาชนสอบถามถึงโครงการคนละครึ่งพลัสหลังวันที่ 30 เม.ย. “ดำเนินได้เลยหรือไม่” นายกฯพยักหน้ากล่าวว่า “ครับใช้ได้เลย” เมื่อประชาชนถามอีกว่า “ใช้ได้เหมือนเดิมหรือไม่” นายอนุทิน กล่าวว่า “เป็นพลัส ครอบคลุมมากกว่าเดิม โดยจำนวนเงินเท่าเดิม 2,000 บาท”
ชาวบ้านกล่าวกับนายกฯ อีกว่าตอนนี้เศรษฐกิจแย่อยากให้ได้เงินมากกว่าเดิม และรอนานแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า หลังแถลงนโยบายจะเริ่มดำเนินการตามนโยบายต่างๆ ชาวบ้านถามอีกว่าจะมีโอกาสได้มากกว่าเดิมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อาจจะทำบ่อยขึ้น ขึ้นอยู่กับเม็ดเงินที่เรามี โดยจะทำเป็นช่วงๆ
จากนั้น ผู้สื่อข่าวถามนายกฯว่าที่มีข่าวจะให้ 200 บาท 10 เดือนไม่จริงใช่หรือไม่ นายอนุทินย้อนถามว่า เอาข่าวมาจากไหน ก่อนกล่าวอีกว่า คนละครึ่งมันเป็นช่วงๆไป