โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ยังไม่มา และคงต้องรอไปก่อน แต่กระทรวงการคลัง สั่งธนาคารออมสินทำสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำซื้อรถไฟฟ้า EV และจักรยานยนต์ไฟฟ้าวงเงินไม่เกิน 2 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 10 เม.ย. 69 ที่ผ่านมา นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ให้สัมภาษณกับสื่อมวลชนในประเด็นนโยบายของกระทรวงการคลังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยตอนหนึ่งระบุถึง โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ 2569 ว่า กระทรวงการคลัง กำลังศึกษามาตรการ รถเก่าแลกรถใหม่ เพื่อเป็นการปรับเปลี่ยนการใช้พลังงานในระยะยาว เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันลง โดยจะเน้นสนับสนุนไปที่การซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า
โดยมีข้อแม้ว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ผลิตขึ้นในประเทศไทยเท่านั้น เพื่อส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยส่วน เรื่องรายละเอียดการให้เงินอุดหนุนจากภาครัฐนั้น จะเป็นการอุดหนุนผ่านบริษัทผลิตรถยนต์ เพื่อนำไปลดราคาให้กับลูกค้าต่อ
ส่วนเหตุผลที่ต้องให้สิทธิ์กับรถยนต์ไฮบริดด้วยเนื่องจาก ในประเทศไทยยังมีผู้ผลิตรถยนต์ ที่ผลิตรถยนต์ที่ใช้น้ำมันควบคู่กับรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ และสำหรับเกณฑ์ การพิจารณารุ่นรถที่สามารถเข้าร่วมโครงการได้นั้นจะดูจากปริมาณการปล่อยคาร์บอน ซึ่งต้องอยู่ในระดับต่ำ ภายใต้เกณฑ์ที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังอยู่ระหว่างการออกแบบมาตรการดังกล่าวเพื่อเสนอ ให้ ครม. พิจารณาเห็นชอบต่อไป

...
ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 69 นายเอกนิติ กล่าวหลังจาการประชุมครม.นัดแรก โดยระบุว่า เพื่อการเตรียมความพร้อมประชาชนทั่วไปสำหรับการปรับตัวและเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของวิกฤติพลังงาน โดยเราได้ให้ธนาคารออมสินดำเนินโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือ Soft Loan GSB สำหรับการปรับตัวเพื่อความยั่งยืนทางพลังงานสำหรับประชาชน (โครงการสินเชื่อปรับตัวเพื่อความยั่งยืนฯ) วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้แก่ประชาชนในการปรับตัวด้านพลังงาน เช่น การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ (Solar Cell) การจัดซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ EV เป็นต้น วงเงินสินเชื่อต่อรายไม่เกิน 2 ล้านบาท ระยะเวลาโครงการ 5 ปี โดยมีดอกเบี้ยอัตราพิเศษ และยื่นขอสินเชื่อได้ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2570

สำหรับกลุ่ม SMEs กระทรวงการคลังยังได้ร่วมกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทยด้วยโครงการสินเชื่อ SME Green Productivity ขเพื่อเป็นเงินลงทุน และ/หรือเงินทุนหมุนเวียนให้กับผู้ประกอบการ SMEs ในการยกระดับและเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมสีเขียว
โดยโครงการดังกล่าวครอบคลุมผู้ประกอบการที่มีกระบวนการผลิตหรือเทคโนโลยีลดการใช้พลังงาน ระบบพลังงานทดแทน และเชื่อมโยงไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า (Electric Vehicle : EV) และรถสมัยใหม่ที่ปล่อยมลพิษต่ำ โดยอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตามอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ของไทยมีสัดส่วนต่อ GDP ของประเทศอยู่ที่ประมาณ 10% - 12% หากอ้างอิงจากข้อมูลการประเมินล่าสุดในช่วงปี 2567-2569 (Krungthai COMPASS) มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้สูงถึงราว 2.1 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 11% ของ GDP ของประเทศไทย
นอกจากมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงแล้ว อุตสาหกรรมยานยนต์ยังมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจไทยในแง่ของการจ้างงาน โดยมีการจ้างงานทางตรงและทางอ้อมรวมกันมากกว่า 600,000 - 850,000 คน และคิดเป็นสัดส่วนการส่งออกที่สำคัญของประเทศอีกด้วย