ตร.ไซเบอร์ จับหญิงสาววัย 26 ปี ผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมเมอร์ หลอกติดตั้งแอปดูดเงิน เหยื่อสูญเงินกว่า 3.4 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร ผบช.สอท. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. ช่วยราชการ บช.สอท. พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท. พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์ รอง ผบช.สอท. สั่งการให้ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พ.ต.อ.โรจน์ศักดิ์ นัยผ่องศรี ผกก.2 บก.สอท.1 พ.ต.ท.ชูเกียรติ ชาตะรูปะ สว.กก.2 บก.สอท.1 นำกำลังพร้อมหมายจับศาลอาญา ที่ 673/2569 เข้าจับกุม น.ส.ชุติมา มานะจิตต์ อายุ 26 ปี ชาว จ.สุราษฎร์ธานี ผู้ต้องหาในกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงเดือนมีนาคม 2566 มีผู้เสียหายเป็นหญิงวัย 42 ปี ชาวกรุงเทพฯ เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ได้รับโทรศัพท์จากมิจฉาชีพ อ้างว่าติดต่อมาจากบริษัทค้าปลีกเพื่อการท่องเที่ยวชั้นนำรายใหญ่แห่งหนึ่ง แจ้งว่าทางผู้เสียหายจะได้รับสิทธิ์ส่วนลดพิเศษในการซื้อสินค้าราคาถูกจากทางบริษัท โดยมีเงื่อนไขว่าต้องเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์และติดตั้งแอปพลิเคชันของบริษัทดังกล่าว จึงจะได้สิทธิ์รับส่วนลด เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้เพิ่มเพื่อนกับคนร้ายทางไลน์

จากนั้นได้ทำการติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าว ในขณะที่ดำเนินการติดตั้งแอป คนร้ายได้คุยโทรศัพท์กับผู้เสียหาย โดยคนร้ายได้ให้ผู้เสียหายทำการตั้งค่าตามที่คนร้ายบอก ระหว่างที่กำลังติดตั้งแอป ปรากฏว่าหน้าจอมือถือเกิดอาการค้าง ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ต่อไปได้ แต่ยังสามารถพูดคุยทางโทรศัพท์กับคนร้ายได้อย่างต่อเนื่อง

โดยทางคนร้ายบอกไม่ให้ผู้เสียหายทำอะไรกับโทรศัพท์ เนื่องจากอยู่ระหว่างดำเนินการติดตั้งแอปพลิเคชันใกล้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางผู้เสียหายไม่เชื่อและพยายามออกจากระบบการติดตั้งแอปพลิเคชันนี้และรีบปิดเครื่องทันที แต่ก็ไม่สามารถทำได้ โดยผู้เสียหายมั่นใจว่ากำลังถูกกลุ่มขบวนการสแกมเมอร์หลอกลวง จึงรีบถอดซิมการ์ดออกจากโทรศัพท์มือถือ

จากนั้นได้รีบตรวจสอบบัญชีธนาคารที่ผูกกับแอปพลิเคชันในโทรศัพท์มือถือ พบว่าได้มียอดเงินโอนออกไปจากบัญชีทั้งสิ้น 4 ครั้ง รวมเป็นเงิน 3,417,000 บาท ก่อนเข้าแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์ เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มคนร้ายรายนี้

ต่อมาทางชุดสืบสวนได้ทำการสืบสวนพบว่ายอดเงินของผู้เสียหายถูกดูดออกจากบัญชีถ่ายโอนต่อไปยังบัญชีม้าอีกหลายบัญชี จึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องรวม 3 ราย

...




โดยมี น.ส.ชุติมา เป็นหนึ่งในขบวนการของกลุ่มสแกมเมอร์รายนี้ที่เปิดบัญชีรองรับการโอนเงินจากเหยื่อ โดยติดตามจับกุมตัวได้ในพื้นที่ อ.นบพิตำ จ.นครศรีธรรมราช เบื้องต้นให้การรับสารภาพ

จึงดำเนินคดีในความผิดฐาน “ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยไม่ชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อประโยชน์ในการชำระสินค้า ค่าบริการหรือหนี้สินอื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือใช้เบิกถอนเงินสด ร่วมกันลักทรัพย์ ร่วมกันเป็นผู้เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบและข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะ และมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน ร่วมกันเป็นผู้ทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้อื่น” ก่อนควบคุมตัวดำเนินการตามกฎหมายต่อไป